โรคที่เกิดกับลิ้น: 3 อาการที่อาจมีผลกระทบกับลิ้น

เพื่อนที่ชายหาด

ลิ้นเป็นอวัยวะที่คุณอาจไม่ใส่ใจอะไรมากนักจนกว่าจะรู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติเกิดขึ้น และโดยส่วนใหญ่คิดว่าลิ้นคุณเกิดโรคบางอย่างแท้จริงแล้ว อาการที่เป็นอยู่อาจมาจากสาเหตุอื่นและส่งผลกระทบต่อลิ้นของคุณอีกที หากไม่นับรวมอาการบาดเจ็บที่ลิ้นหรือลิ้นเป็นแผลแล้ว ยังมีโรคอื่น ๆ เช่น โรคที่เป็นมาแต่กำเนิด โรคที่เกิดขึ้นภายหลัง และอาการภูมิคุ้มกันบกพร่องก็ก่อให้เกิดปัญหากับลิ้นได้เช่นกัน

1. โรคคาวาซากิ (Kawasaki Disease)

ในทางทฤษฎีแล้ว โรคคาวาซากิไม่ใช่โรคที่เกิดกับลิ้น แต่เป็นอาการที่ลิ้นมีสีเหมือน "สตรอเบอรี่" คือลิ้นเป็นสีแดงสว่าง รวมถึงมีริมฝีปากแตกด้วย ส่วนใหญ่มักเกิดในเด็ก หากลูกของคุณมีอาการที่ลิ้นเปลี่ยนสีและมีไข้ร่วมด้วยนานเกิน 5 วัน มีอาการเจ็บคอ และท้องร่วง สันนิฐานได้ว่าลูกคุณอาจเป็นโรคคาวาซากิ โรคนี้เกิดจากเส้นเลือดฝอยอักเสบและมักมีต่อมน้ำเหลืองที่คอโต บวมแดง และเป็นผื่น ทำให้ส่งผลกระทบต่อตา ริมฝีปาก ฝ่ามือ ฝ่าเท้า และบริเวณอวัยวะเพศ นับว่าเป็นโรคที่มีอาการรุนแรง ควรต้องเข้ารับการรักษาเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาต่อหัวใจ หรือเกิดโรคแทรกซ้อนอื่น ๆ โรคนี้เป็นมากในเด็กเล็กและพบในเด็กชายมากกว่าเด็กหญิงเล็กน้อย ร้อยละ 90 จะเกิดกับเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี และร้อยละ 25 เกิดกับเด็กอายุต่ำกว่า 1 ปี

2. อาการลิ้นเป็นขนหรือลิ้นดำ (Black Hairy Tongue)

หลายคนอาจนึกสงสัยว่าลิ้นจะมีขนได้อย่างไร? แต่เชื่อหรือไม่ว่าผู้คนกว่าร้อยละ 13 ทั่วโลกมีภาวะลิ้นเป็นขน และส่วนใหญ่เกิดในผู้ชายและในผู้ใหญ่ สถาบันการศึกษาเวชศาสตร์ช่องปากแห่งสหรัฐอเมริกาอธิบายไว้ว่า ลิ้นเป็นขนคือมีเส้นขนสีดำเล็ก ๆ ขึ้นที่ลิ้นและ ไม่ได้ลอกคราบออกมาอย่างถูกต้องด้วยสาเหตุใดสาเหตุหนึ่ง แทนที่จะผลัดเซลล์ออกไปและเกิดเป็นปุ่มลิ้นใหม่ ปุ่มลิ้นเดิมนี้กลับยาวขึ้นและพันกัน ส่งผลให้เศษอาหารไปติดที่ปุ่มลิ้นดังกล่าว กลายเป็นแหล่งสะสมของแบคทีเรียทำให้ปุ่มลิ้นเปลี่ยนสีเป็นสีดำในที่สุด

อาการนี้ถือว่าไม่เป็นอันตรายใดๆ และจะเป็นเพียงชั่วคราวเท่านั้น บรรเทาได้โดยการหมั่นดูแลสุขภาพอนามัยช่องปากให้สะอาดอยู่เสมอ รวมถึงให้เลือกใช้แปรงสีฟันที่ออกแบบมาเพื่อช่วยแปรงที่ลิ้นเพื่อช่วยกำจัดแบคทีเรียสะสมที่ลิ้นและที่กระพุ้งแก้มออกไป

3. กลุ่มอาการโจเกรน (Sjögren's Syndrome)

โรคนี้ได้รับการตั้งชื่อตามจักษุแพทย์ชาวสวีเดน กลุ่มอาการโจเกรนหรือในไทยเรียกว่า "อาการตาแห้ง ปากแห้ง" เป็นโรคภูมิแพ้ตัวเองที่ส่งผลกระทบต่อหลายส่วนในร่างกายได้ รวมถึง ต่อมน้ำลาย โรคนี้จะทำให้ต่อมน้ำลายผลิตน้ำลายออกมาไม่เพียงพอ ทำให้ปากแห้งและเกิดปัญหากับลิ้น เช่น ลิ้นแตกและแสบร้อน ภาวะน้ำลายน้อยยังส่งให้ฟันผุง่ายขึ้นด้วย เพราะเมื่อน้ำลายน้อยทำให้ปริมาณแบคทีเรียสะสมในช่องปากมากขึ้นเนื่องจากน้ำลายเป็นตัวช่วยพัดพาเศษอาหารและแบคทีเรียที่สะสมในช่องปากออกไป

เมื่อคุณสังเกตเห็นอาการของโรคต่าง ๆ ที่กล่าวมานี้ คุณควรไปพบทันตแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยอาการ การตรวจหาสาเหตุแต่เนิ่น ๆ นอกจากจะช่วยรักษาอาการที่เกิดกับลิ้นของคุณให้เป็นปรกติแล้ว ยังช่วยรักษาเหงือกและฟันของคุณให้แข็งแรงด้วย เพราะบางอาการมีผลต่อการหลั่งน้ำลายในช่องปากของคุณ

บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความเข้าใจและให้ความรู้ในเรื่องสุขภาพช่องปากทั่วไป ไม่ได้ใช้เพื่อแทนคำแนะนำ การวินิจฉัย หรือการรักษาจากผู้เชี่ยวชาญด้านทันตกรรม หากคุณมีคำถามเกี่ยวกับอาการหรือการรักษาทางการแพทย์ โปรดขอคำแนะนำจากทันตแพทย์หรือผู้ให้บริการด้านสุขภาพที่มีคุณสมบัติเหมาะสม

บทความอื่น ๆ ที่คุณอาจชอบ

ภาพรวม

  • เคลือบฟัน- นอกจากจะเป็นส่วนที่แข็งที่สุดแล้วยังเป็นเนื้อเยื่อที่ประกอบด้วยแร่ธาตุมากที่สุดด้วย หากไม่ดูแลฟันอย่างเหมาะสม ฟันผุอาจจะทำลายเคลือบฟันได้

  • เนื้อฟัน- เนื้อฟันคือชั้นฟันที่อยู่ใต้เคลือบฟัน หากฟันผุทะลุเคลือบฟันลงไปก็จะโดนเนื้อฟัน ซี่งประกอบด้วยท่อเล็ก ๆ นับล้านท่อที่นำไปสู่โพรงประสาทฟัน

  • โพรงประสาทฟัน- เนื้อเยื่ออ่อนใจกลางฟันทุกซี่ และเป็นศูนย์รวมเนื้อเยื่อเส้นประสาทและเส้นเลือด หากฟันผุลึกลงไปถึงโพรงประสาทฟัน คุณมักจะรู้สึกปวด และอาจต้องรักษาด้วยการรักษาคลองรากฟัน