สัญญาณบ่งชี้ว่าคุณกำลังมีปัญหาฟันสึก

เพื่อนกำลังกินข้างนอก

เมื่อคุณส่งกระจก มักคาดหวังว่าจะได้เห็นฟันในแบบที่คุณอยากให้เป็น มองดูผิวเผินแล้วฟันของคุณอาจตรงสวย ขาวใส และดูเป็นธรรมชาติ แต่สิ่งที่ซ่อนอยู่ภายในบางอย่างแต่มองไม่เห็น เช่น ฟันสึก เป็นต้น

ฟันสึก คืออะไร? และเคลือบฟันมีบทบาทสำคัญอย่างไรกับภาวะฟันสึก?

เคลือบฟัน (Enamel) คือส่วนที่อยู่ชั้นนอกสุดของฟัน เป็นส่วนที่แข็งที่สุด หน้าที่หลักของเคลือบฟันคือปกป้องฟันไม่ให้ฟันผุ ดังนั้น เมื่อเคลือบฟันกร่อนไปเนื่องจากมีคราบพลักและคราบแบคทีเรียสะสมจะทำให้ฟันของเราบอบบางลง แต่สิ่งที่แย่คือ เคลือบฟันของเราเมื่อสึกไปแล้วจะไม่สามารถสร้างใหม่ได้ ดังนั้น สิ่งสำคัญคือเราควรป้องกันไม่เคลือบฟันสึกได้ตั้งแต่ต้น


ประเภทของฟันสึก
ฟันสึกสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภทด้วยกัน นั่นคือ ฟันสึกจากภายในและฟันสึกจากภายนอก ฟันสึกจากภายในเกิดจากกรดที่มาจากกระเพาะหรือกรดไหลย้อน ส่วนฟันสึกจากภายนอกเกิดจากการที่เรารับประทานอาหารหรือดื่มเครื่องดื่มที่มีค่าความเป็นกรด-ด่างต่ำกว่าความเป็นกรด-ด่างของร่างกาย เช่น ของว่างที่มีน้ำตาลสูง เครื่องดื่มที่มีคาร์บอเนตสูง เครื่องดื่มประเภทโซดา น้ำผลไม้ หรือไวน์ อาหารและเครื่องดื่มเหล่านี้ทำให้น้ำลายของเรามีภาวะเป็นกรดมากขึ้น


สัญญาณของฟันสึก
ลองตรวจสอบว่ามีการเปลี่ยนแปลงใดๆเกิดขึ้นที่ฟันของคุณดังต่อไปนี้

  1. ฟันเปลี่ยนสี ปกติแล้วเคลือบฟันด้านนอกจะมีสีขาว เนื้อฟันที่อยู่ชั้นถัดมาจะมีสีเหลือง ดังนั้น หากฟันของคุณมีสีเหลืองจาง ๆ ปรากฎ นั่นอาจเป็นสัญญานอย่างหนึ่งว่าเคลือบฟันของคุณสึกหรือบางลงแล้ว
  2. ลักษณะของฟัน ถ้าฟันของคุณมีลักษณะบางลงหรือเล็กลงกว่าปกติ หรือส่วนที่อยู่ด้านล่างของฟันหน้าดูโปร่งใส ไม่ทึบแสง ซึ่งอาการนี้ก็บ่งบอกได้ว่าคุณมีปัญหาฟันสึก
  3. มีอาการเสียวฟัน เมื่อคุณรับประทานของเย็นหรือของร้อน อาหารที่มีรสเปรี้ยวหรือหวาน คุณอาจรู้สึกได้ถึงอาการเสียวหรือเจ็บแปลบที่ฟัน แสดงว่าเคลือบฟันของคุณสึกกร่อนและเนื้อฟันกำลังอ่อนแอลง

เมื่อทันตแพทย์ตรวจวินิจฉัยพบว่าฟันของคุณสึก จะเริ่มแนะนำให้คุณดูแลฟันเริ่มจากเรื่องอาหาร เพราะอาหารที่มีกรดและน้ำตาลสูงเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้ฟันสึก และถ้าเคลือบฟันของคุณกร่อนลงไปมากเกินแก้ไขด้วยการปรับเปลี่ยนอาหารที่รับประทาน ทันตแพทย์จะใช้วิธีทางทันตกรรมในการรักษา เช่น การอุดฟันด้วยวัสดุสีเหมือนฟัน การครอบฟัน หรือการเคลือบฟันด้วยวีเนียร์ เป็นต้น

ผลต่อสุขภาพในระยะยาว
นอกจากนี้ สมาคมทันตกรรมแห่งสหรัฐอเมริกายังแนะนำว่า นอกจากการรีบแก้ไขปัญหาฟันสึกอย่างเร่งด่วนแล้ว คุณยังต้องดูแลฟันของคุณเพื่อป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้นในระยะยาวด้วย เพราะสุขภาพปากและฟันที่ไม่ดีนำไปสู่ปัญหาโรคเหงือกได้เป็นอันดับแรก และโรคเหงือกนี้สามารถนำไปสู่ปัญหาสุขภาพด้านอื่น ๆ ที่ไม่ใช่เฉพาะปัญหาช่องปากอย่างเดียวได้ ในบางกรณี ผู้ที่มีปัญหาโรคเหงือกอาจมีปัญหาทางร่างกายที่ควบคุมน้ำตาลในเลือดได้ยาก และมีแนวโน้มเกิดโรคหัวใจได้มากขึ้น นอกจากนี้ งานวิจัยต่าง ๆ ยังแสดงให้เห็นว่า โรคเหงือกอาจเกี่ยวเนื่องกับการที่หญิงตั้งครรภ์คลอดบุตรที่มีน้ำหนักน้อย แต่ทั้งนี้ ยังต้องมีการศึกษาวิจัยทางการแพทย์เพิ่มเติมในเรื่องนี้เพื่อให้ได้ข้อมูลที่ชัดเจนขึ้น
หากคุณคิดว่าคุณกำลังประสบกับปัญหาฟันสึก ให้ไปปรึกษาทันตแพทย์เพื่อตรวจดูฟันของคุณทั้งหมด และควรไปพบทันตแพทย์เป็นประจำตามกำหนดหรือทุก ๆ 6 เดือน อย่าลืมแปรงฟันอย่างน้อยวันละ 2 ครั้งและขัดฟันทุกวันอย่างน้อยวันละครั้ง เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ดูแลช่องปากและฟัน เช่น ยาสีฟัน น้ำยาบ้วนปาก ที่ช่วยลดปัญหาฟันสึก เพราะการแปรงฟันและบ้วนปากเป็นประจำจะช่วยกำจัดเศษอาหารที่เกาะบริเวณฟันออกไป การดูแลสุขภาพช่องปากให้สะอาดอยู่เสมอไม่เพียงทำให้เหงือกและฟันของคุณแข็งแรงเท่านั้น แต่ยังเพิ่มความมั่นใจให้คุณได้ด้วยรอยยิ้มที่สวยงามและลมหายใจที่สะอาดอีกด้วย

บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความเข้าใจและให้ความรู้ในเรื่องสุขภาพช่องปากทั่วไป ไม่ได้ใช้เพื่อแทนคำแนะนำ การวินิจฉัย หรือการรักษาจากผู้เชี่ยวชาญด้านทันตกรรม หากคุณมีคำถามเกี่ยวกับอาการหรือการรักษาทางการแพทย์ โปรดขอคำแนะนำจากทันตแพทย์หรือผู้ให้บริการด้านสุขภาพที่มีคุณสมบัติเหมาะสม

บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความเข้าใจและให้ความรู้ในเรื่องสุขภาพช่องปากทั่วไป ไม่ได้ใช้เพื่อแทนคำแนะนำ การวินิจฉัย หรือการรักษาจากผู้เชี่ยวชาญด้านทันตกรรม หากคุณมีคำถามเกี่ยวกับอาการหรือการรักษาทางการแพทย์ โปรดขอคำแนะนำจากทันตแพทย์หรือผู้ให้บริการด้านสุขภาพที่มีคุณสมบัติเหมาะสม

บทความอื่น ๆ ที่คุณอาจชอบ

บุหรี่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ และอาจมีความเกี่ยวพันกับมะเร็งในช่องปาก ซึ่งเป็นอันตรายที่ร้ายแรงที่สุดของบุหรี่ สมาคมโรคมะเร็งแห่งสหรัฐอเมริการายงานว่า

  • ผู้ป่วยโรคมะเร็งในช่องปากและมะเร็งลำคอบางชนิดประมาณ 90% เคยสูบบุหรี่มาก่อน หากคุณสูบหรือเคี้ยวยาสูบบ่อย ๆ หรือติดต่อกันเป็นเวลานาน คุณก็จะเสี่ยงต่อการเป็นโรคมะเร็งเหล่านี้มากขึ้น

  • ผู้ที่สูบบุหรี่จะมีโอกาสเป็นโรคมะเร็งเหล่านี้มากกว่าผู้ที่ไม่ได้สูบบุหรี่ถึงหกเท่า

  • ผู้ป่วยประมาณ 37% ที่ยังคงสูบบุหรี่หลังจากรักษามะเร็งจะเป็นมะเร็งที่ปาก ลำคอ หรือกล่องเสียงอีกครั้ง ในขณะที่ผู้หยุดสูบบุหรี่จะกลับมาเป็นมะเร็งเพียง 6% เท่านั้น

  • ยาสูบไร้ควันก็มีความเชื่อมโยงกับมะเร็งบริเวณกระพุ้งแก้ม เหงือก และริมฝีปากด้านใน โดยเพิ่มความเสี่ยงในการเป็นโรคมะเร็งเหล่านี้เกือบ 50 เท่า