เด็กและฟันผุ: 3 ลักษณะนิสัยที่อาจทำลายฟัน

เด็กมีความสุข

ในฐานะเป็นพ่อแม่ คุณพยายามทำทุกอย่างที่ถูกต้องให้กับลูกของคุณ นอกจากการพาลูกไปพบแพทย์ตามที่แพทย์นัด การห่อข้าวเที่ยงให้ลูกไปโรงเรียน การพาลูกออกกำลังกายเพื่อให้มั่นใจว่าลูกของคุณจะมีสุขภาพแข็งแรง เติบโตขึ้นมาอย่างร่าเริงและมีความสุข สิ่งหนึ่งที่คุณควรดูแลเอาใจใส่มากเช่นเดียวกับสุขภาพส่วนอื่น ๆ คือ "สุขภาพช่องปาก" เพราะหากเด็กฟันผุแล้วจะสามารถส่งผลกระทบต่อส่วนอื่นๆ ของร่างกายได้ ดังนั้น คุณต้องสอนให้ลูกหมั่นทำความสะอาดช่องปากให้ดี รวมถึงตัวคุณเองควรทำเป็นตัวอย่างด้วย ลองดู 3 ลักษณะนิสัยนี้ที่อาจทำให้เด็กฟันผุได้


ขนมหวานระหว่างมื้ออาหาร
เด็ก ๆ กับขนมหวาน ของว่าง หรือขนมขบเคี้ยวมักเป็นของคู่กัน ส่วนใหญ่แล้วหลีกเลี่ยงได้ยาก แต่หากเด็ก ๆ รับประทานขนมหรือของว่างผิดประเภท ก็จะทำให้เด็กฟันผุได้ สมาคมทันตกรรมแห่งอเมริกาเตือนไว้ว่า การอนุญาตให้เด็ก ๆ ทานลูกอม ขนมหวานที่มีน้ำตาลในปริมาณมากช่วงระหว่างมื้ออาหารสามารถทำลายฟันของลูกคุณได้ ดังนั้น ควรเลือกให้ทานของว่างที่มีน้ำตาลน้อยลง และเปลี่ยนมาทานผลไม้แทน หากลูกของคุณต้องการของว่างที่มีน้ำตาล ก็ให้ทานกับมื้ออาหารได้เป็นครั้งคราว น้ำลายที่ผลิตออกมาในปริมาณมากเพื่อช่วยย่อยอาหารในปริมาณมากของมื้ออาหารนั้น สามารถช่วยกำจัดแบคทีเรียออกไปจากปากได้


เครื่องดื่มก่อนนอน
หากเด็ก ๆ ชอบดื่มเครื่องดื่มก่อนนอนเป็นประจำ เช่น น้ำผลไม้ นมช็อคโกแลต หรือแม้กระทั่งนมก่อนนอนโดยไม่แปรงฟันหลังดื่มเครื่องดื่ม น้ำตาลจากเครื่องดื่มนั้นจะยังอยู่ที่ฟันของเด็ก ๆ และเป็นสาเหตุให้เด็กฟันผุได้ หากคุณต้องให้ลูกดื่มอะไรก่อนนอนโดยที่ไม่ต้องแปรงฟันหลังจากนั้นก็ควรจะเป็นเพียงน้ำเปล่า แต่หากดื่มเครื่องดื่มประเภทอื่น ก็ให้แปรงฟันหลังจากดื่มทุกครั้ง นอกจากนี้ ควรเลือกยาสีฟันที่เหมาะกับฟันและวัยของเด็ก ส่วนแปรงสีฟันควรเป็นแปรงสีฟันที่มีขนนุ่มเพื่อไม่ให้เด็กรู้สึกว่าการแปรงฟันทำให้เด็กเจ็บ หากพ่อแม่คนไหนให้ลูกบ้วนปากด้วยนำยาบ้วนปากก็ควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์น้ำยาบ้วนปากที่ผลิตมาสำหรับเด็กโดยเฉพาะด้วย


การไม่ไปพบทันตแพทย์ตามนัด
มหาวิทยาลัยศูนย์การแพทย์โรเชสเตอร์ของสหรัฐอเมริกาแนะนำว่า ทั้งคุณและลูกควรไปพบทันตแพทย์เป็นประจำเพื่อตรวจสุขภาพช่องปากของคุณและลูกทุก ๆ 6 เดือน การไม่ไปพบทันตแพทย์เพราะคุณคิดว่าฟันของลูกก็ดูดีอยู่นั้น อาจส่งผลเสียตามมากับสุขภาพฟันของลูกคุณและตัวคุณเองได้ ทันตแพทย์ไม่ได้มีไว้เพื่อช่วยอาการฟันผุในเด็กเท่านั้น แต่ยังช่วยทำความสะอาดช่องปากเพื่อป้องกันปัญหาสุขภาพช่องปากอื่น ๆ รวมถึงสามารถให้คำแนะนำเกี่ยวกับฟันของลูกคุณและวิธีการที่จะช่วยให้เด็กหมั่นแปรงฟันเป็นกิจวัตรประจำวันด้วย ดังนั้น คุณควรไปพบทันตแพทย์ตามนัดทุกครั้ง หรือให้ไปพบทันตแพทย์อย่างน้อยทุก ๆ ครึ่งปี


สิ่งที่ต้องทำเมื่อเด็กฟันผุ
หากคุณสังเกตเห็นสัญญาณของฟันผุในปากของลูกคุณ เช่น มีอาการเจ็บหรือเสียวฟัน มีจุดขาว ๆ ที่ฟัน หรือมีสัญญาณของฟันผุ (มีจุดสีน้ำตาลบนฟัน และหากผุขั้นรุนแรงจะมีช่องเปิดที่ผิวหน้าฟัน) ให้ไปพบทันตแพทย์ทันที การเปลี่ยนลักษณะนิสัยของลูกบางอย่างที่กล่าวมาข้างต้นก็สามารถช่วยไม่ให้ฟันผุเพิ่มเติมได้ ส่วนฟันที่ผุแล้วต้องได้รับการรักษาด้วยการอุดฟันก่อนที่จะลุกลามต่อไป นั่นจึงทำให้การไปพบทันตแพทย์อย่างสม่ำเสมอเป็นเรื่องสำคัญ เนื่องจากทันตแพทย์จะสามารถแนะนำเคล็ดลับในการป้องกันฟันผุในอนาคตได้


แน่นอนว่าพ่อแมทุกคนก็อยากให้ลูกได้สิ่งที่ดีที่สุดเสมอ ดังนั้น อย่าลืมดูแลสุขภาพช่องปากให้สะอาดอยู่เสมอ คุณอาจต้องบังคับให้ลูกไปแปรงฟันขณะทำกิจกรรมอื่น เล่นอยู่ หรือก่อนนอนก็ตาม เพื่อสุขภาพช่องปากและสุขภาพทั้งร่างกายของลูกคุณ คุณก็ควรฝึกให้ลูกแปรงฟันเป็นประจำเพื่อฟันที่แข็งแรงสวยงามไปจนลูกโตเป็นผู้ใหญ่

บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความเข้าใจและให้ความรู้ในเรื่องสุขภาพช่องปากทั่วไป ไม่ได้ใช้เพื่อแทนคำแนะนำ การวินิจฉัย หรือการรักษาจากผู้เชี่ยวชาญด้านทันตกรรม หากคุณมีคำถามเกี่ยวกับอาการหรือการรักษาทางการแพทย์ โปรดขอคำแนะนำจากทันตแพทย์หรือผู้ให้บริการด้านสุขภาพที่มีคุณสมบัติเหมาะสม

บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความเข้าใจและให้ความรู้ในเรื่องสุขภาพช่องปากทั่วไป ไม่ได้ใช้เพื่อแทนคำแนะนำ การวินิจฉัย หรือการรักษาจากผู้เชี่ยวชาญด้านทันตกรรม หากคุณมีคำถามเกี่ยวกับอาการหรือการรักษาทางการแพทย์ โปรดขอคำแนะนำจากทันตแพทย์หรือผู้ให้บริการด้านสุขภาพที่มีคุณสมบัติเหมาะสม

บทความอื่น ๆ ที่คุณอาจชอบ

ดูแลฟันของคุณเพื่อป้องกันฟันผุ

แบคทีเรียในช่องปากอาจจะสะสมตัวอยู่บนฟันและเป็นสาเหตุของฟันผุ ใช้ยาสีฟันผสมฟลูออไรด์ของเราเพื่อป้องกันฟันผุ