คู่มือสำหรับผู้สูงอายุที่มีผู้ดูแล

เข้าใจและดูแลสุขภาพช่องปากผู้สูงวัยที่นอนติดเตียง

การดูแลสุขภาพช่องปากผู้สูงอายุที่ต้องมีผู้ดูแล

ผู้สูงอายุที่ต้องมีผู้ดูแล แบ่งออกเป็น 2 กลุ่มดังนี้

  • ผู้สูงอายุที่ต้องมีผู้ดูแลเป็นครั้งคราว (Dependent Seniors) คือผู้ที่มีโรคประจำตัวและต้องได้รับการรักษาอย่างต่อเนื่อง เช่น ผู้ที่รับการฉายรังสี หรือ ทำคีโมบำบัด แต่ยังสามารถช่วนเหลือตัวเองได้บ้าง
  • ผู้สูงอายุที่ต้องมีผู้ดูแลอย่างใกล้ชิด (Dependent Seniors PLUS) คือ ผู้ที่มีโรคประจำตัวจนต้องนอนรักษาอยู่บนเตียง ไม่สามารถไปไหนมาไหนได้ด้วยตนเอง จึงต้องการผู้ดูแลใกล้ชิดเป็นพิเศษ

ข้อควรจำ

การรู้เท่าทันปัญหาของสุขภาพช่องปากในแต่ละช่วงอายุ พร้อมการดูแลที่ถูกต้อง เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีของคุณตลอดไป

ช่องปากสะอาดช่วยลดปัญหาสุขภาพให้น้อยลง

คุณคือผู้สูงอายุที่มีปัญหาเหล่านี้อยู่ใช่หรือไม่

  1. มีอาการปวดฟัน
  2. เหงือกบวม หรือ มีเลือดออก
  3. ฟันโยก
  4. ฟันบิ่น คม หรือ ยาวขึ้น
  5. ฟันปลอมไม่กระชับ
  6. เคี้ยวอาหารไม่ค่อยถนัด
  7. มีอาการเจ็บหรือปวดฟันขณะรับประทานอาหาร
  8. เสียวฟันเมื่อดื่มน้ำร้อนหรือเย็น
  9. มีกลิ่นปาก
  10. ปากแห้ง
  11. มีแผลในปาก
  12. มีโรคประจำตัว เช่น ความดัน เบาหวาน ไขข้ออักเสบ
  13. ต้องมีผู้ช่วยคอยดูแลเวลาทำความสะอาดฟัน

คำแนะนำสำหรับผู้สูงอายุที่ต้องมีผู้ดูแลเป็นครั้งคราว

  • แปรงฟันวันละ 2 ครั้ง ด้วยแปรงขนนุ่ม อาจใช้แปรงสีฟันไฟฟ้าเพื่อความสะดวกยิ่งขึ้น
  • ใช้ยาสีฟันผสมฟลูออไรด์ที่มีความเข้มข้นที่ 5,000 พีพีเอ็ม ( ควรปรึกษาทันตแพทย์ )
  • ใช้น้ำยาบ้วนปากสูตรไม่มีแอลกอฮอล์ ที่มีฟลูออไรด์ 900 พีพีเอ็ม ทุกวัน
  • พบทันตแพทย์ทุก 6 เดือน (ปีละ 2 ครั้ง) เพื่อตรวจสุขภาพช่องปาก
  • สำหรับผู้ที่มีความเสี่ยงสูงต่อปัญหาฟันผุ  ทันตแพทย์อาจทำการเคลือบฟันด้วยฟลูออไรด์วานิช หรือ ให้การรักษาทางทันตกรรมที่จำเป็น

คำแนะนำสำหรับผู้สูงอายุที่ต้องมีผู้ดูแลใกล้ชิด

  • แปรงฟันวันละ 2 ครั้ง ด้วยแปรงขนนุ่ม  (หรือทำความสะอาดอย่างน้อยวันละครั้ง)
  • แนะนำให้เช็ดช่องปากด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อที่ผสมคลอร์เฮกซิดีน (Chlorhexidine) หากไม่สามารถแปรงฟันได้ ให้ขอคำแนะนำจากทันตแพทย์
  • ใช้ยาสีฟันผสมฟลูออไรด์ที่มีความเข้มข้นสูงที่ 5,000 พีพีเอ็ม ( ควรปรึกษาทันตแพทย์ )
  • พบทันตแพทย์อย่างน้อย ปีละครั้ง เพื่อตรวจสุขภาพช่องปาก 
  • สำหรับผู้ที่มีความเสี่ยงสูงต่อปัญหาฟันผุ ทันตแพทย์อาจทำการเคลือบฟันด้วยฟลูออไรด์วานิช หรือ ให้การรักษาทางทันตกรรมที่จำเป็น

คำแนะนำสำหรับผู้ดูแล

สัญญาณต่อไปนี้ แสดงถึงปัญหาสุขภาพช่องปากในผู้สูงอายุที่ท่านดูแลอยู่

  • เหงือกบวม แดง มีเลือดออก
  • ฟันโยก หัก บิ่น คม หรือ ยาวขึ้น
  • มีรอยแผลในช่องปาก
  • ลิ้นแห้งแตก และมีฝ้าขาว
  • ปวดฟันหรือเจ็บเหงือกขณะรับประทานอาหาร ดื่มน้ำ หรือแปรงฟัน

อย่าลืมพาผู้สูงอายุเข้ารับการตรวจสุขภาพช่องปาก อย่างน้อย ปีละ 1-2 ครั้ง

แจ้งทันตแพทย์ให้ทราบทันที ถึงโรคประจำตัว หรือ ยาที่ผู้สูงอายุของท่านใช้อยู่เป็นประจำทุกครั้ง

วิธีแปรงฟันให้กับผู้สูงอายุที่ช่วยเหลือตัวเองไม่ค่อยได้

  • หากผู้สูงอายุใช้รถเข็น ให้ยืนข้างหลังท่านขณะช่วยแปรงฟัน
  • หากผู้สูงอายุนั่งแปรงฟันบนเก้าอี้ หรือ เตียง ให้ผู้ดูแลนั่งหันหน้าเข้าหาผู้สูงอายุ  วิธีนี้จะช่วยให้ผู้ดูแลสามารถมองเห็นภายในช่องปากของผู้สูงอายุได้ดีขึ้น
  • สำหรับผู้สูงอายุที่ป่วยนอนอยู่บนเตียง ให้ผู้ดูแล ยกศีรษะของผู้สูงอายุขึ้น 45 องศา ขณะทำความสะอาดช่องปาก  เพื่อป้องกันอาการสำลัก

บันทึกของทันตแพทย์

ข้อสรุป เรื่องการดูแลสุขภาพช่องปากของผู้สูงอายุ

  • การดูสุขภาพช่องปากให้ดี ส่งผลโดยตรงกับสุขภาพร่างกายโดยรวม
  • ดื่มน้ำให้มากเพียงพอและรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ในสัดส่วนเหมาะสม
  • แจ้งให้ผู้ดูแล ทันตแพทย์ และทีมแพทย์ทราบว่ามีโรคประจำตัวอะไรบ้าง และรับประทานยาชนิดใดเป็นประจำทุกครั้ง
  • ในกรณีที่จำเป็น ทันตแพทย์อาจใช้ฟลูออไรด์วานิช ที่มีความเข้มข้นสูง เคลือบฟันให้ผู้สูงอายุเพื่อป้องกันฟันผุ
  • สอบถามทันตแพทย์เรื่องการดูแลฟันแท้ และ ฟันปลอมอย่างถูกวิธี
  • ควรงดสูบบุหรี่

*ผลจากการสัมมนาเชิงปฏิบัติการของผู้เชี่ยวชาญในภูมิภาคเอเชีย (Asia regional expert workshop) ประเทศสิงคโปร์ พ.ศ.2558

บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความเข้าใจและให้ความรู้ในเรื่องสุขภาพช่องปากทั่วไป ไม่ได้ใช้เพื่อแทนคำแนะนำ การวินิจฉัย หรือการรักษาจากผู้เชี่ยวชาญด้านทันตกรรม หากคุณมีคำถามเกี่ยวกับอาการหรือการรักษาทางการแพทย์ โปรดขอคำแนะนำจากทันตแพทย์หรือผู้ให้บริการด้านสุขภาพที่มีคุณสมบัติเหมาะสม

บทความอื่น ๆ ที่คุณอาจชอบ

  • ปัญหาสุขภาพเหงือก
    ปัญหาสุขภาพเหงือกเกิดจากเนื้อเยื่อที่อยู่รอบฟันติดเชื้อจากคราบจุลินทรีย์สะสมบนฟันและเหงือก ซึ่งอาจลุกลามจนรุนแรงได้ เหงือกอักเสบคือโรคเหงือกในระยะเริ่มต้น อาการที่พบคือ เหงือกบวม แดง หรือมีเลือดออก โรคเหงือกเป็นปัญหาที่ผู้สูงอายุกังวลและเกิดจากหลายสาเหตุด้วยกัน เช่น คราบจุลินทรีย์สะสมบนฟันและเหงือกเนื่องจากไม่รักษาสุขอนามัยในช่องปากเป็นอย่างดีตอนที่อายุยังน้อย หากรักษาอย่างถูกต้อง และไปพบทันตแพทย์ โรคเหงือกอักเสบสามารถรักษาให้หายได้

  • ฟันหรือรากฟันผุ
    แม้ว่าอายุจะล่วงเข้าเลข 55 ไปแล้ว แต่ผู้สูงอายุก็อาจจะเป็นฟันผุหรือรากฟันผุได้เช่นกันหากมีปัญหาเหงือกร่น ดังนั้น ผู้สูงอายุจะต้องทำความสะอาดเหงือก ฟัน

  • การเสียวฟัน
    ในบางครั้ง แค่ดื่มน้ำเย็นจัด คุณก็อาจจะรู้สึกเสียวฟันจี๊ด ๆ ขึ้นมาได้ ปัจจัยต่าง ๆ ที่ทำให้คุณมีการเสียวฟัน ได้แก่ การแปรงฟันแรงเกินไปด้วยแปรงที่มีขนแปรงแข็ง เคลือบฟันสึก และฟันแตกหรือบิ่น

ดูแลช่องปากให้อยู่คู่กับคุณไปนาน ๆ

การดูแลสุขภาพช่องปากยังคงเป็นเรื่องสำคัญเหมือนเคย ลองใช้ผลิตภัณฑ์ของเราเพื่อรอยยิ้มสดใสไม่ว่าคุณจะอายุเท่าใด