ครอบครัวแปรงฟันร่วมกับโรคปริทันต์
Badge field

โรคปริทันต์คืออะไรและวิธีรักษา

Published date field

โรคทางปริทันต์มีอยู่ 2 แบบหลักๆ คือเหงือกอักเสบและปริทันต์อักเสบ ภาวะเหงือกอักเสบ หากไม่ได้รับการรักษาอย่างเหมาะสมจะพัฒนาไปสู่ปริทันต์อักเสบขั้นรุนแรง ซึ่งทำให้เหงือกและกระดูกบริเวณรอบๆ ฟันถูกทำลาย อย่างไรก็ตาม โรคทางปริทันต์ทั้งสองแบบควรได้รับการรักษาทันที

การอักเสบ

ความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์ทำให้เข้าใจถึงความสัมพันธ์ระหว่างสุขภาพช่องปากและปัญหาสุขภาพอื่นๆโดยรวม การอักเสบเรื้อรังในส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกายมีโอกาสก่อให้เกิดปัญหาด้านอื่นๆ ตามมา ตัวอย่างเช่น การอักเสบเรื้อรังของต่อมลูกหมากจะเพิ่มความเสี่ยงต่อการมีปัญหาด้านหัวใจและหลอดเลือดในผู้ชาย เช่นเดียวกับการอักเสบของเหงือกหรือปริทันต์อักเสบที่เกิดขึ้นในช่องปาก ก็ทำให้ผู้ป่วยมีความเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อนทางหัวใจและหลอดเลือดได้เช่นกัน

การประเมินความเสี่ยง

แพทย์จะประเมินความเสี่ยงเพื่อเตรียมแผนการป้องกันสำหรับผู้ป่วย ตัวอย่างเช่น ผู้ป่วยที่มีภาวะอ้วนจะมีความเสี่ยงสูงต่อการเกิดเบาหวานหรือหัวใจ: แผนการป้องกันคือการลดน้ำหนักหรือใช้ยาลดคอเลสเตอรอล ในทำนองเดียวกัน ควรมีการประเมินความเสี่ยงเพื่อลดการอักเสบและเพิ่มสุขภาวะการดูแลช่องปากให้ดี

การระบุปัจจัยเสี่ยง

จากข้อมูลของสมาคมปริทันตวิทยาแห่งสหรัฐอเมริกา (AAP) ปัจจัยเสี่ยงของโรคปริทันต์นั้นมีอยู่มากมาย

อายุเป็นปัจจัยหนึ่ง โดยผู้ป่วยสูงอายุควรได้รับการประเมินภาวะการอักเสบเรื้อรัง เพศ - พบว่าผู้ชายจะมีความเสี่ยงของปริทันต์อักเสบขั้นรุนแรงมากกว่าผู้หญิง ความบกพร่องทางพันธุกรรมก็เป็นอีกปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญ ถึงแม้ว่ายังไม่มีการทดสอบที่ยืนยันได้ชัดเจนก็ตาม ทว่าหากใครมีประวัติครอบครัวที่มีปัญหาด้านปริทันต์หรือสูญเสียฟัน ก็ถือเป็นตัวบ่งชี้ว่าบุคคลนั้นๆมีความเสี่ยงมากกว่าคนอื่น ๆ ปัจจัยอื่น ๆที่มีส่วนเกี่ยวข้อง คือ การสูบบุหรี่ โรคเบาหวาน ความอ้วน สุขอนามัยช่องปากที่ไม่ดี หรือ เคยมีประวัติปริทันต์อักเสบมาก่อน

การป้องกัน

วิธีการป้องกันทำได้ไม่ยาก เริ่มจาก การปรับปรุงสุขอนามัยในช่องปากของผู้ป่วย เป้าหมายเพื่อลดการอักเสบของเหงือก ทันตแพทย์อาจแนะนำให้ใช้ยาสีฟันที่มีคุณสมบัติช่วยลดการอักเสบได้ ลองพิจารณาการใช้แปรงสีฟันไฟฟ้าที่มีผลพิสูจน์ทางคลินิกว่าสามารถกำจัดคราบจุลินทรีย์ได้ดี ส่วนสำคัญที่สุดในการป้องกันปัญหาด้านปริทันต์ คือ การทำความสะอาดและการเข้ารับการตรวจที่คลินิคทันตกรรมเป็นประจำ เพราะการดูแลทันตกรรมทุกๆ 6 เดือนถือเป็นการควบคุมปริทันต์อักเสบเรื้อรังได้อย่างมีประสิทธิภาพ หากตรวจพบว่ามีการลุกลามของปริทันต์อักเสบ ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านปริทันต์ทันที

สุขภาพช่องปากและปัญหาสุขภาพโดยรวม

ผู้ป่วยต้องเข้าใจถึงความเกี่ยวข้องระหว่างโรคปริทันต์และความเสี่ยงของปัญหาสุขภาพอื่นๆ ที่อาจเกิดขึ้น เช่น ผู้ป่วยที่ตั้งครรภ์ควรทราบว่าปัญหาปริทันต์อาจก่อให้เกิดปัญหาในระหว่างการตั้งครรภ์ได้ ยังมีปัญหาสุขภาพอื่นๆ ที่เกิดจากโรคปริทันต์อักเสบเรื้อรัง ได้แก่ โรคหัวใจ หลอดเลือดสมอง มะเร็ง ปอดและไขข้ออักเสบ เป็นต้น

ข้อสรุป

โรคปริทันต์อักเสบสามารถป้องกันหรือรักษาได้ เพื่อลดความเสี่ยงของภาวะแทรกที่เกิดจากการอักเสบเรื้อรัง ในการตรวจฟันทุก ๆ ครั้ง ควรประเมินถึงความเสี่ยงของโรคปริทันต์และปัญหาอื่น ๆ ที่อาจเกิดขึ้นได้ในช่องปากด้วยเสมอ

บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความเข้าใจและให้ความรู้ในเรื่องสุขภาพช่องปากทั่วไป ไม่ได้ใช้เพื่อแทนคำแนะนำ การวินิจฉัย หรือการรักษาจากผู้เชี่ยวชาญด้านทันตกรรม หากคุณมีคำถามเกี่ยวกับอาการหรือการรักษาทางการแพทย์ โปรดขอคำแนะนำจากทันตแพทย์หรือผู้ให้บริการด้านสุขภาพที่มีคุณสมบัติเหมาะสม