ฟลูออไรด์
ฟลูออไรด์ เป็นส่วนประกอบที่สำคัญในการดูแลสุขภาพช่องปาก สามารถพบได้ทั่วไปในผลิตภัณฑ์ดูแลช่องปากที่เราใช้ที่บ้าน แม้ว่าคุณอาจคุ้นเคยกับโซเดียมฟลูออไรด์ (Sodium Fluoride) แต่บทความนี้จะเจาะลึกถึงสแตนนัสฟลูออไรด์ (Stannous Fluoride) หรือที่รู้จักกันในชื่อทิน (II) ฟลูออไรด์ (Tin II Fluoride) บทความนี้จะอธิบายคุณสมบัติเฉพาะ ความแตกต่าง และคุณประโยชน์เฉพาะของสแตนนัสฟลูออไรด์ในยาสีฟันเพื่อดูแลปัญหาสุขภาพช่องปาก
การฟอกสีฟัน
อยากให้รอยยิ้มที่มีชีวิตชีวาและสดใสกลับมาเหมือนเดิมหรือไม่ มียาสีฟันช่วยให้ฟันขาวขายตามท้องตลาดมากมายหลายยี่ห้อ สิ่งที่ควรมองหา และทำความเข้าใจการทำงานของส่วนประกอบต่าง ๆ ว่าส่งผลต่อฟันของคุณอย่างไร จะได้เลือกยาสีฟันที่ช่วยให้ฟันขาวได้อย่างเหมาะสม
สุขอนามัยในช่องปากและการดูแลช่องปากเป็นอย่างดีสำคัญต่อคนทุกวัย แต่เมื่อคุณอายุมากขึ้น คุณก็อาจจะสงสัยว่าจะต้องดูแลปากและฟันให้ดีขึ้นหรือเปล่า หรือชีวิตที่เปลี่ยนแปลงไปจะส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในช่องปากด้วยหรือไม่ แต่ไม่ว่าคุณจะมีฟันครบทุกซี่ มีเพียงบางซี่ หรือต้องใส่ฟันปลอมทั้งปาก การดูแลช่องปากก็ยังถือเป็นสิ่งสำคัญไม่ต่างจากตอนที่คุณอายุยังน้อย
ฟลูออไรด์ไม่ได้มีไว้สำหรับเด็กเท่านั้น เพราะถึงแม้ว่าคุณจะอายุเลย 50 ไปแล้ว แต่ฟลูออไรด์ก็ยังช่วยป้องกันฟันผุได้ Mayo Clinic ระบุว่าผู้สูงอายุจะเสี่ยงต่อการเกิดฟันผุมากกว่าคนหนุ่มสาว การได้รับฟลูออไรด์เป็นประจำทุกวันจึงสำคัญขึ้นสองเท่า ดังนั้น คุณจะต้องแปรงฟันสองครั้งต่อฟันโดยใช้ยาสีฟัน แต่หากคุณกังวลเกี่ยวกับปัญหาฟันผุเป็นพิเศษ หรือมีฟันผุเล็กน้อยเมื่ออายุมากขึ้น
อายุมากขึ้นไม่ได้ทำให้ปากแห้งเสมอไป แต่เพราะปัจจัยบางอย่าง เช่น การต้องรับประทานยาบ่อยขึ้นหรือโรคเรื้อรังต่าง ๆ จะทำให้คุณเสี่ยงต่อภาวะปากแห้งและฟันผุมากขึ้นด้วย นอกจากนี้ สถาบันวิจัยทางทันตกรรมและกะโหลกศีรษะและใบหน้าแห่งชาติยังระบุว่าภาวะปากแห้งอาจทำให้ฟันปลอมใส่ไม่พอดี ทำให้ฟันปลอมเสียดสีกับเหงือก
หากคุณปากแห้ง คุณสามารถปรับปรุงสุขอนามัยในช่องปากให้ดีขึ้นได้หลายวิธีเพื่อบรรเทาอาการ ตัวอย่างเช่น ใช้น้ำยาบ้วนปากหรือสเปรย์ฉีดปากที่มีคุณสมบัติเพิ่มความชุ่มชื้น เคี้ยวหมากฝรั่งปราศจากน้ำตาลเพื่อกระตุ้นการหลั่งน้ำลาย เป็นต้น อีกวิธีหนึ่งคือใช้ผลิตภัณฑ์น้ำลายเทียม
แต่หากภาวะปากแห้งเป็นผลข้างเคียงจากการรับประทานยา คุณก็สามารถปรึกษาแพทย์หรือทันตแพทย์ได้
ข้อมูลของวิทยาลัยทันตแพทย์ทันตกรรมประดิษฐ์แห่งสหรัฐอเมริการะบุว่า ประชากรอเมริกันกว่า 178 ล้านคนสูญเสียฟันอย่างน้อยหนึ่งซี่และการสูญเสียฟันมีโอกาสเกิดขึ้นกับผู้สูงอายุมากกว่า หากคุณอยู่ในกลุ่มนี้ คุณจะต้องดูแลฟันปลอมให้ดีเสมือนฟันจริง โดยใช้ยาสีฟันสำหรับฟันปลอมโดยเฉพาะและทำความสะอาดฟันปลอมเป็นประจำทุกวัน นอกจากนี้ คุณจะต้องแปรงเหงือกและลิ้นด้วยแปรงสีฟันที่มีขนแปรงนิ่มเพื่อกำจัดแบคทีเรียและเศษอาหารออกจากช่องปากของคุณ หากคุณใส่ฟันปลอมแบบบางส่วน คุณต้องขัดทำความสะอาดรากฟันเทียมก่อนที่จะสวมฟันปลอมลงไป โดยทันตแพทย์จะให้คำแนะนำในการดูแลรักษาฟันปลอม เพื่อให้ฟันปลอมอยู่กับคุณได้นานที่สุด
ไม่ว่าคุณจะมีฟันแท้อยู่ครบทุกซี่หรือไม่ โรคเหงือกก็ยังเป็นปัญหาใหญ่สำหรับผู้สูงอายุอยู่ดี การศึกษาวิจัยที่ตีพิมพ์ใน Journal of Dental Research พบว่า ผู้สูงอายุเกือบ 64 เปอร์เซ็นต์ที่มีอายุ 65 ปีขึ้นไปเป็นโรคปริทันต์อย่างรุนแรงหรือรุนแรงปานกลางในปี 2009-2010 ถึงแม้ว่าโรคเหงือกจะพบได้บ่อย แต่ก็ไม่ใช่โรคที่เกิดขึ้นกับผู้สูงอายุทุกคน เพราะการรักษาสุขอนามัยในช่องปากและไปพบทันตแพทย์เป็นประจำจะช่วยป้องกันโรคเหงือกหรือทำให้คุณสามารถจัดการกับโรคเหงือกได้อย่างรวดเร็ว
รอยยิ้มสดใสคือเสน่ห์สำหรับคนทุกวัย การดูแลรักษาสุขอนามัยในช่องปากเป็นนิสัย ไปพบทันตแพทย์เป็นประจำ และปรับเปลี่ยนการดูแลช่องปากให้เหมาะกับการเปลี่ยนแปลงภายในร่างกาย จะช่วยให้รอยยิ้มสวย ๆ อยู่กับคุณไปตลอดชีวิต
บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความเข้าใจและให้ความรู้ในเรื่องสุขภาพช่องปากทั่วไป ไม่ได้ใช้เพื่อแทนคำแนะนำ การวินิจฉัย หรือการรักษาจากผู้เชี่ยวชาญด้านทันตกรรม หากคุณมีคำถามเกี่ยวกับอาการหรือการรักษาทางการแพทย์ โปรดขอคำแนะนำจากทันตแพทย์หรือผู้ให้บริการด้านสุขภาพที่มีคุณสมบัติเหมาะสม
แบบทดสอบเกี่ยวกับสุขภาพช่องปาก
ทำแบบประเมินสุขภาพช่องปากของเราเพื่อให้กิจวัตรการดูแลช่องปากของคุณเกิดประโยชน์มากที่สุด