พาลูกไปหาหมอฟันครั้งแรก: สิ่งที่คุณพ่อคุณแม่ควรรู้

เมื่อฟันน้ำนมขึ้น ถือเป็นช่วงเวลาสำคัญสำหรับลูกน้อยเพราะว่าจะช่วยให้เด็ก ๆ สามารถลิ้มลองอาหารแปลกใหม่ได้หลากหลายมากขึ้น นอกจากจะตื่นเต้นและฉลองพัฒนาการก้าวใหม่ของลูกน้อยแล้ว คุณพ่อคุณแม่ควรเริ่มคิดถึงการพาลูกไปพบหมอฟันครั้งแรกด้วย แม้ว่าคุณพ่อคุณแม่อาจยังไม่กังวลเกี่ยวกับการดูแลฟันของลูกน้อย แต่ สถาบันทันตแพทย์เด็กแห่งสหรัฐอเมริกา แนะนำให้พาลูกน้อยไปพบคุณหมอฟันครั้งแรกก่อนที่ลูกจะครบ 1 ขวบ ในช่วงต้น การพบหมอฟันมักจะเป็นการให้ข้อมูลเป็นส่วนใหญ่ แต่การพาลูกน้อยไปหาคุณหมอฟันตั้งแต่เล็กจะช่วยให้ลูกค่อย ๆ คุ้นเคย กับสภาพแวดล้อมในคลินิก อีกทั้งคุณหมอฟันยังช่วยเสริมสร้างนิสัยที่ดีให้ลูกน้อยสนุกกับการดูแลฟันจนติดตัวไปจนโต

หาหมอฟันเด็กที่ไหนดี

เมื่อคุณพ่อคุณแม่กำลังมองหาหมอฟันเด็ก ลองสอบถามจากคุณหมอเด็กของลูกดูหรือบริษัทประกันภัย เพื่อหาคลินิกหมอฟันใกล้บ้าน นอกจากนี้ คุณพ่อคุณแม่อาจขอคำแนะนำจากเพื่อน ๆ และสมาชิกในครอบครัวก็ได้ เลือกค้นหาตามตำแหน่งที่ตั้งและเวลาทำการที่เหมาะสมกับตารางเวลาของคุณพ่อคุณแม่จะดีที่สุด ลองพูดคุยกับหมอฟันเด็กหลาย ๆ คนก่อนที่จะตัดสินใจเลือกคลินิกและหมอฟันที่คุณพ่อคุณแม่และลูกน้อยรู้สึกสบายใจที่สุด นอกจากจะลองโทรสอบถามข้อมูลแล้ว เดี๋ยวนี้คลินิกหมอฟันหลายที่มีเว็บไซต์ให้อ่านและตอบคำถามของคุณพ่อคุณแม่ได้อีกด้วย

เตรียมตัวล่วงหน้า

ควรให้ลูกน้อยได้พักผ่อนอย่างเพียงพอและอย่าให้ลูกหิวในช่วงเวลานัด คุณพ่อคุณแม่ควรจดคำถามที่ต้องการถามหมอฟันไว้ล่วงหน้า ที่สำคัญ อย่าลืมตรวจสอบกับบริษัทประกันสุขภาพด้านทันตกรรม เกี่ยวกับค่าใช้จ่ายและความคุ้มครองก่อนพาลูกไปพบหมอฟันครั้งแรก เพราะคลินิกทันตกรรมส่วนใหญ่มักจะถามว่าคุณมีประกันทันตกรรมหรือไม่ คุณพ่อคุณแม่ควรเตรียมรายชื่อยาที่ลูกน้อยทานอยู่ในปัจจุบัน และเตรียมกรอกข้อมูลประวัติสุขภาพด้วย

จะว่าไปแล้ว การพาเด็กเล็กไปพบหมอฟันนั้นไม่ค่อยยุ่งยากเท่าไหร่นัก แต่สำหรับเด็กโตที่พอจะรู้ความแล้วและมีความกังวลในการเข้าพบหมอฟัน คุณพ่อคุณแม่ควรทำการพูดคุย หรือหาหนังสือ วิดีโอเกี่ยวการเข้าพบหมอฟันให้ลูกดู เพื่อให้ลูกเข้าใจถึงความจำเป็นและประโยชน์ ของการเข้าพบหมอฟันไว้ล่วงหน้า เพื่อที่ลูกจะได้ไม่ต้องกังวลจนเกินไป

สิ่งที่คุณพ่อคุณแม่ควรคาดหวังระหว่างนัดครั้งแรกกับหมอฟันของลูกน้อย

ในระหว่างนัดครั้งแรก หมอฟันจะให้ความรู้เกี่ยวกับการดูแลเหงือกและฟันที่เหมาะสมสำหรับลูก คุณพ่อคุณแม่อาจจะพูดคุยกับคุณหมอถึงการใช้จุกนมหลอก และการรับประทานอาหารที่เหมาะสม หมอฟันอาจจะสาธิตเทคนิคการแปรงฟันให้คุณพ่อคุณแม่ดู จะได้ช่วยดูแลสุขภาพช่องปากของลูกน้อยได้อย่างถูกต้อง ในตอนท้าย คุณหมอมักจะเปิดโอกาสให้ซักถามข้อสงสัยที่อาจจะมีเพิ่มเติม

ด้วยความร่วมมือกันระหว่างคุณพ่อคุณแม่กับหมอฟันเด็ก จะช่วยให้ลูกน้อยได้รับการดูแลฟันและช่องปากอย่างถูกต้อง และการพาลูกไปพบหมอฟันตั้งแต่ยังเล็กจะช่วยให้เด็กคุ้นเคยกับหมอฟันและกิจวัตรการดูแลช่องปากที่เหมาะสมได้ง่ายขึ้น.

บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความเข้าใจและให้ความรู้ในเรื่องสุขภาพช่องปากทั่วไป ไม่ได้ใช้เพื่อแทนคำแนะนำ การวินิจฉัย หรือการรักษาจากผู้เชี่ยวชาญด้านทันตกรรม หากคุณมีคำถามเกี่ยวกับอาการหรือการรักษาทางการแพทย์ โปรดขอคำแนะนำจากทันตแพทย์หรือผู้ให้บริการด้านสุขภาพที่มีคุณสมบัติเหมาะสม

บทความอื่น ๆ ที่คุณอาจชอบ

ความเข้าใจ

หากคุณไปพบทันตแพทย์เป็นครั้งแรก ทันตแพทย์จะเก็บประวัติสุขภาพของคุณอย่างละเอียด แต่ในครั้งถัดไป หากสุขภาพของคุณมีการเปลี่ยนแปลง คุณจะต้องแจ้งให้ทันตแพทย์ทราบด้วย ต่อไปคือสิ่งที่คุณจะได้พบเจอเมื่อต้องไปพบทันตแพทย์ อย่างไรก็ตาม ประสบการณ์ที่คุณได้รับอาจจะแตกต่างไปจากนี้ ขึ้นอยู่กับประวัติการรักษาฟันของคุณด้วย

  • การทำความสะอาดฟันอย่างหมดจด – การตรวจสุขภาพฟันส่วนใหญ่จะรวมการทำสะอาดฟันเอาไว้ด้วย ซึ่งอาจจะทำโดยทันตแพทย์หรือทันตภิบาลก็ได้ ทันตแพทย์จะใช้เครื่องมือพิเศษขูดผิวฟันบริเวณร่องเหงือกและใต้ร่องเหงือกเพื่อกำจัดคราบจุลินทรีย์สะสมและหินปูนที่เป็นสาเหตุของปัญหาสุขภาพเหงือก ฟันผุ กลิ่นปาก และปัญหาอื่น ๆ ออกไป ระหว่างตรวจสุขภาพฟัน ทันตแพทย์หรือนักทันตภิบาลจะขัดเงาและขัดฟันของคุณด้วยและจะแนะนำเทคนิคและผลิตภัณฑ์สำหรับดูแลรักษาช่องปากที่บ้านเพื่อให้คุณมีสุขภาพฟันดีขึ้น

  • การตรวจสุขภาพฟันแบบครบวงจร – ทันตแพทย์จะตรวจสุขภาพฟัน เหงือก และช่องปากของคุณอย่างละเอียด มองหาสัญญาณของปัญหาและปัญหาอื่น ๆ เป้าหมายก็เพื่อให้สุขภาพช่องปากของคุณแข็งแรงอยู่เสมอ และป้องกันปัญหาต่าง ๆ ไม่ให้ลุกลามรุนแรงขึ้น โดยระบุและแก้ไขปัญหาเสียตั้งแต่เนิ่น ๆ

  • การเอ็กซ์เรย์ – ทันตแพทย์อาจจะแนะนำให้คุณเอ็กซ์เรย์ฟัน ขึ้นอยู่กับอายุ ความเสี่ยงในการพบปัญหาสุขภาพในช่องปาก การเอกซ์เรย์สามารถช่วยวินิจฉัยปัญหาที่มองด้วยตาเปล่าไม่เห็น เช่น กระดูกขากรรไกรเสียหาย ฟันคุด ฝีที่รากฟัน ซีสหรือเนื้องอก และฟันผุระหว่างฟัน แต่หากคุณตั้งครรภ์ กรุณาแจ้งทันตแพทย์ เพราะการเอ็กซ์เรย์จะต้องทำในสถานการณ์ฉุกเฉินเท่านั้น