3 ระยะของโรคปริทันต์

หญิงสาวบนคอมพิวเตอร์

ในปัจจุบันมีหลากหลายแนวทางที่ช่วยให้สุขภาพของคุณดีขึ้นได้ ไม่ว่าจะเป็นการเลือกรับประทานอาหาร การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ และการตรวจสุขภาพเป็นประจำเพื่อให้ร่างกายของคุณทำงานเป็นปกติและราบรื่น นอกจากนี้ การให้ความสำคัญกับสุขภาพและอนามัยช่องปาก รวมถึงการตรวจสุขภาพฟันเป็นประจำก็มีความสำคัญไม่แพ้การตรวจหาระดับโคเลสเตอรอลในเลือด ยิ่งไปกว่านั้น การป้องกันโรคปริทันต์ (หรือโรคเหงือก ซึ่งบางทีคนไทยเรียกว่าโรค "โรครำมะนาด") นั้นก็เป็นหนึ่งในสิ่งที่สำคัญที่สุดในการรักษาสุขภาพช่องปากของคุณให้มีสุขภาพดีอยู่เสมอ จากข้อมูลของภาควิชาปริทันตวิทยา คณะทันแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พบว่าคนไทยกว่าร้อยละ 40 เป็นโรคเหงือกอักเสบและโรคปริทันต์อักเสบ สาเหตุก็มาจากการดูแลสุขภาพอนามัยช่องปากไม่ดีนั่นเอง และการที่เรารู้จักอาการของโรคปริทันต์จะช่วยให้เราสังเกตโรคเพื่อการรักษาตั้งแต่เนิ่น ๆ ได้

โรคเหงือกมีอยู่ 3 ระยะด้วยกันคือ โรคเหงือกอักเสบ โรคปริทันต์อักเสบ และโรคปริทันต์อักเสบขั้นรุนแรง แม้ว่าทันตแพทย์จะสามารถวินิจฉัยโรคของคุณได้ แต่คุณก็ควรทราบอาการของโรคในแต่ละระยะด้วยเพื่อสังเกตตัวเองและคนในครอบครัวก่อนที่ปัญหาจะบานปลาย

โรคเหงือกอักเสบ
เป็นโรคที่เกิดในระยะแรกและพบได้มากที่สุด แต่ก็สามารถรักษาให้หายขาดได้ อาการของโรคเหงือกอักเสบมีดังนี้

- เหงือกบวมแดง
- เลือดออกตามไรฟันได้ง่ายขณะแปรงฟันหรือใช้ไหมขัดฟัน
- ขอบเหงือกร่น
- มีกลิ่นปาก


โรคปริทันต์อักเสบ
โรคเหงือกในระยะนี้เป็นระยะที่โรคเหงือกอักเสบมีความรุนแรงและซับซ้อนขึ้น เราเรียกระยะนี้ว่า "โรคปริทันต์" โรคนี้จะทำลายเนื้อเยื่ออ่อนและทำให้สูญเสียกระดูกที่ช่วยพยุงฟัน อาการของโรคปริทันต์มีดังนี้

- เหงือกบวม มีสีแดงจัด
- เหงือกนุ่มเมื่อสัมผัส
- มีพื้นที่ระหว่างฟันเพิ่มขึ้น ทำให้เกิดร่องลึกปริทันต์
- เกิดหนองบริเวณระหว่างฟันและเหงือก
- มีกลิ่นปากหรือรู้สึกรสชาติในปากผิดปกติ
- สูญเสียฟันที่มีรอยกัดไม่พอดีกัน


โรคปริทันต์ขั้นรุนแรง
ระยะสุดท้ายของโรคเหงือกคือ ระยะนี้จะมีการสูญเสียกระดูกและเนื้อเยื่อปริทันต์ที่รองรับฟันของคุณ เมื่อเกิดอาการดังกล่าวนขึ้นจะทำให้ฟันของคุณโยกและหลุดไปในที่สุด เมื่อถึงระยะนี้ทันตแพทย์อาจต้องใช้วิธีการถอนฟันของคุณทิ้งเพื่อไม่ให้ฟันซี่อื่น ๆ ติดเชื้อเพิ่มเติม อาการของโรคปริทันต์ขั้นรุนแรงคือ

- มีกลิ่นปากเรื้อรัง
- เหงือกบวมและมีเลือดออก
- เหงือกร่นขั้นรุนแรง
- ร่องลึกปริทันต์ลึกมากขึ้น
- ฟันโยกและแนวสบฟันเปลี่ยนไป


โรคปริทันต์เป็นโรคที่เรื้อรังและเป็นนาน มีผลกระทบต่อรอยยิ้มที่สวยงามของคุณไปจนถึงต้องเข้ารับการผ่าตัดศัลยกรรมภายในช่องปากหากไม่รักษาแต่เนิ่น ๆ ดังนั้นคุณควรหมั่นสังเกตอาการที่กล่าวมาข้างต้นเพื่อป้องกันปัญหาโรคเหงือกของคุณ แปรงฟันและขัดฟันด้วยไหมขัดฟันอย่างสม่ำเสมอ รวมถึงไปพบทันตแพทย์เป็นประจำทุก ๆ 6 เดือน เพื่อตรวจสุขภาพช่องปากและทำความสะอาดฟัน เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ในการทำความสะอาดฟันที่เหมาะสมกับช่องปากของคุณ ให้ใช้แปรงสีฟันที่มีขนนุ่มเพื่อช่วยถนอมเหงือก รวมถึงใช้น้ำยาบ้วนปากเพื่อช่วยฆ่าเชื้อ การขูดหินปูนเป็นระยะตามที่ทันตแพทย์แนะนำก็สามารถช่วยป้องกันโรคเหงือกได้

บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความเข้าใจและให้ความรู้ในเรื่องสุขภาพช่องปากทั่วไป ไม่ได้ใช้เพื่อแทนคำแนะนำ การวินิจฉัย หรือการรักษาจากผู้เชี่ยวชาญด้านทันตกรรม หากคุณมีคำถามเกี่ยวกับอาการหรือการรักษาทางการแพทย์ โปรดขอคำแนะนำจากทันตแพทย์หรือผู้ให้บริการด้านสุขภาพที่มีคุณสมบัติเหมาะสม

บทความอื่น ๆ ที่คุณอาจชอบ

หยุดการสะสมของคราบจุลินทรีย์

คราบจุลินทรีย์คือแบคทีเรียเหนียวหนึบที่ติดอยู่บนฟันของคุณ หากไม่กำจัดออกไประหว่างการแปรงฟันและขัดฟัน พวกมันจะกลายสภาพเป็นหินปูน ลองใช้ยาสีฟันที่ช่วยลดการสะสมของคราบจุลินทรีย์และหินปูนของเราสิ