วิธีรักษาเหงือกอักเสบ
Badge field

รักษาเหงือกอักเสบได้ใน 3 ขั้นตอน

Published date field

คุณอาจเคยได้ยินเกี่ยวกับเหงือกอักเสบมาก่อน รู้หรือไม่ว่ามันคืออะไรและควรจะทำอย่างไรหากเกิดขึ้นกับคุณ? อาการเหงือกอักเสบ คือ เหงือกบวมแดง เจ็บ หรือมีเลือดออกได้ขณะแปรงฟัน และลมหายใจมีกลิ่นไม่พึงประสงค์ หากคุณมีอาการเหล่านี้ แสดงว่าคุณอาจเป็นเหงือกอักเสบ แต่ไม่ต้องกลัวไป! ปัญนี้แก้ไขได้ไม่ยากอย่างที่คิด ด้วยวิธี 3 ขั้นตอนต่อไปนี้:

  1. . แปรงฟันอย่างน้อยวันละสองครั้ง
  2. ใช้ไหมขัดฟันทุกวัน
  3. เข้ารับการทำความสะอาด หรือ ขูดหินปูนโดยทันตแพทย์

คุณเป็นเหงือกอักเสบได้อย่างไร?

เหงือกอักเสบเกิดขึ้นได้เมื่อแบคทีเรียก่อตัวรอบๆ บริเวณเหงือกของคุณ ภาวะอักเสบทำให้เหงือกของคุณมีเลือดออกง่ายกว่าเหงือกที่สุขภาพดี

ทันตแพทย์จะขอให้คุณดูแลสุขภาพช่องปากให้ดีเป็นพิเศษเมื่อพบว่าคุณมีอาการของเหงือกอักเสบระยะแรก เช่น เหงือกมีเลือดออก เป็นต้น

อาการเหงือกอักเสบจะค่อยๆ ดีขึ้น หลังจากการแปรงฟัน การใช้ไหมขัดฟันและการทำความสะอาดจากผู้เชี่ยวชาญหรือทันตแพทย์

วิธีการต่อสู้กับเหงือกอักเสบด้วยการแปรงฟันที่ถูกต้อง

ขั้นตอนแรกและเป็นขั้นตอนสำคัญในการรับมือกับเหงือกอักเสบคือ การแปรงฟันอย่างถูกวิธี

  1. เริ่มต้นจาก เลือกใช้แปรงสีฟันขนนุ่มและมีหัวแปรงขนาดเล็กพอที่จะเข้าไปถึงฟันกรามหลัง
  2. จับแปรงสีฟันทำมุม 45 องศากับแนวรอยต่อระหว่างเหงือกกับฟัน
  3. ขยับแปรงไปมา ( ซ็าย - ขวา ) เป็นระยะสั้นๆ ที่ฟันแต่ละซี่ และอย่าออกแรงกดมากเกินไป

เพราะการกำจัดคราบจุลินทรีย์ไม่จำเป็นต้องใช้แรงกดมาก สำคัญกว่าคือต้องใช้เวลาที่นานพอ ดังนั้น ควรแปรงฟันอย่างน้อยครั้งละ 120 วินาที หรือ 2 นาที ให้แบ่งการแปรงในช่องปากออกเป็นสี่ส่วน ซ้ายบน ซ้ายล่าง ขวาบน ขวาล่าง หรือ วิธีการจำเฉพาะตัวเพื่อให้แน่ใจว่าได้แปรงฟันแล้วครบทุกซี่ แปรงให้ครบทั้งส่วนด้านหน้าและด้านหลังของฟันด้วย ต้องไม่ลืมที่จะแปรงด้านบดเคี้ยวของฟันกรามและลิ้นด้วยนะ เพื่อการกำจัดแบคทีเรียให้หมดจด

คุณเปลี่ยนแปรงสีฟันครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่? ให้รีบเปลี่ยนแปรงสีฟันที่สภาพเก่า หรือ ชำรุด เช่นมีขนแปรงหลุดลุ่ยทันที หรืออย่างน้อยควรเปลี่ยนแปรงสีฟันใหม่ทุกๆ 3 เดือน เพราะแปรงสีฟันเก่าไม่สามารถทำความสะอาดฟันของคุณได้อย่างสะอาดหมดจด อีกทั้งยังเป็นแหล่งสะสมของแบคทีเรียอีกด้วย ลองปรึกษาทันตแพทย์ของคุณว่าแปรงสีฟันและยาสีฟันชนิดใดที่เหมาะสมกับคุณ

การใช้ไหมขัดฟันช่วยรักษาเหงือกอักเสบได้อย่างไร?

เพราะแปรงสีฟันไม่สามารถทำความสะอาดซอกระหว่างฟันได้อย่างทั่วถึง จึงมีเศษอาหารและแบคทีเรียหลงเหลืออยู่ ทำให้เกิดการอักเสบของเหงือกจากบริเวณนี้ได้ นั่นจึงเป็นสาเหตุว่าทำไมเราจึงต้องใช้ไหมขัดฟัน ตามการอ้างอิงของ ADA ไหมขัดฟันจะขจัดคราบจุลินทรีย์ การกำจัดคราบระหว่างฟันและใต้เหงือกช่วยลดการอักเสบได้

เวลาที่ดีที่สุดของการใช้ไหมขัดฟันคือช่วงเวลาก่อนนอนทุกคืน มีผลิตภัณฑ์สำหรับขัดฟันวางจำหน่ายอยู่มากมาย ไม่ว่าคุณจะเลือกใช้ไหมขัดฟันแบบใด อย่าลืมที่จะใช้ส่วนที่สะอาดของไหมขัดฟันสำหรับฟันซี่ใหม่เพื่อป้องกันการนำแบคทีเรียจากฟันซี่หนึ่งไปฟันซี่อื่นๆ ควรใช้ไหมขัดฟันอย่างเบามือ เริ่มจาก ค่อย ๆ เลื่อนไหมขัดฟันที่ระหว่างซอกฟัน ให้โอบไหมรอบตัวฟัน แล้วค่อย ๆ เลื่อนขึ้น

เช่นเดียวกับการแปรงฟัน คือ อาจแบ่งส่วนของช่องปากเพื่อจะได้ว่าได้ทำความสะอาดครบทุกด้านและทุกซี่ การดูแลช่องปากอย่างเหมาะสมช่วยลดการอักเสบและรักษาภาวะเหงือกอักเสบได้

ปรึกษาทันตแพทย์เพื่อขอคำแนะนำเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ไหมขัดฟันที่เหมาะสมกับความต้องการเพื่อการดูแลช่องปากของคุณ

การทำความสะอาดฟันโดยผู้เชี่ยวชาญ

การแปรงฟันและใช้ไหมขัดฟันสามารถกำจัดแบคทีเรียและคราบจุลินทรีย์ที่ก่อตัวในระยะแรกๆ แต่หากคราบดังกล่าวได้ก่อตัวเป็นเวลานานจะกลายเป็นคราบหินปูน ซึ่งคราบหินปูนส่งผลให้ปัญหาเหงือกอักเสบรุนแรงขึ้นจนถึงขั้นเป็นปริทันต์อักเสบได้ โปรดเข้าใจว่าการทำความสะอาดฟันเป็นสิ่งสำคัญยิ่ง! หากอาการเหงือกอักเสบของคุณยังไม่เข้าขั้นที่ร้ายแรงนัก การเข้ารับการทำความสะอาดโดยผู้เชี่ยวชาญช่วยแก้ไขปัญหานี้ได้

ทันตแพทย์อาจแนะนำให้ขูดหินปูนหรือเกลารากฟัน การขูดหินปูนคือการขูดเอาหินปูนออกด้วยเครื่องมือทางทันตกรรม การเกลารากฟันคือการทำความสะอาดผิวรากฟันให้เรียบ เพื่อให้คราบจุลินทรีย์สะสมได้ยากขึ้น

การทำความสะอาดโดยผู้เชี่ยวชาญควรทำปีละ 2 ครั้ง ร่วมกับการแปรงฟันและใช้ไหมขัดฟันอย่างสม่ำเสมอ ช่วยป้องกันปัญหาเหงือกอักเสบได้ ควรพบทันตแพทย์เพื่อปรึกษาวิธีการรักษาที่ดีที่สุดสำหรับคุณ ไม่จำเป็นต้องกลัวอีกต่อไป เพราะเหงือกอักเสบเป็นเพียงสัญญาณเตือนว่าฟันและเหงือกกำลังต้องการความช่วยเหลือ การเรียนรู้เคล็ดลับเหล่านี้ช่วยแก้ไขและป้องกันปัญหาได้ในอนาคต

บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความเข้าใจและให้ความรู้ในเรื่องสุขภาพช่องปากทั่วไป ไม่ได้ใช้เพื่อแทนคำแนะนำ การวินิจฉัย หรือการรักษาจากผู้เชี่ยวชาญด้านทันตกรรม หากคุณมีคำถามเกี่ยวกับอาการหรือการรักษาทางการแพทย์ โปรดขอคำแนะนำจากทันตแพทย์หรือผู้ให้บริการด้านสุขภาพที่มีคุณสมบัติเหมาะสม