อัพเดทล่าสุด 30 พฤศจิกายน 2563
ตรวจสอบทางการแพทย์โดย Colgate Global Scientific Communication
ปัญหาทางปริทันต์ มี 2 ระดับหลัก คือ ปัญหาเหงือกอักเสบและปัญหาปริทันต์อักเสบ ซึ่งวิธีรักษาขึ้นอยู่ว่าเป็นปัญหาเหงือกแบบใดและรุนแรงแค่ไหน
ปัญหาเหงือกอักเสบคือ มีการอักเสบที่เหงือก สังเกตุได้จากเหงือกมีลักษณะบวกหรือแดง หากปล่อยทิ้งไว้การอักเสบจะลุกลามไปยังฟันซี่อื่นๆ อาการถัดไปคือ เกิดร่องลึกในเหงือกและกลายเป็นปริทันต์อักเสบในที่สุด และหากถึงขั้นนี้แล้วยังไม่ได้รับการรักษาจะส่งผลให้อวัยวะรอบ ๆตัวฟันเช่น เหงือก เอ็นยึดปริทันต์ กระดูกเบ้าฟันถูกทำลายจนต้องสูญเสียในที่สุด แล้วคุณควรจะรักษาอย่างไร
สถาบันวิจัยทางทันตกรรมกะโหลกศีรษะและใบหน้าแห่งชาติ (NIDCR)ได้ชี้แจงไว้ว่า การรักษาปัญหาเหงือกอักเสบเบื้องต้นคือการดูแลสุขภาพช่องปากให้ดีขึ้นด้วยตนเอง โดยการทำความสะอาดช่องปากอย่างทั่วถึงเพื่อกำจัดคราบแบคทีเรียสะสมร่วมกับการขูดหินปูนโดยทันตแพทย์เป็นประจำ
การดูแลสุขภาพช่องปากประกอบด้วยการแปรงฟันอย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง หรือถ้าจะให้ดีควรแปรงฟันหลังรับประทานอาหารทุกมื้อนาน 2 นาทีด้วยแปรงสีฟันขนนุ่ม และใช้ไหมขัดฟันอย่างน้อยวันละ 1 ครั้งในตอนเย็น ทันตแพทย์อาจสั่งจ่ายน้ำยาบ้วนปากกำจัดแบคทีเรียที่ช่วยป้องกันเหงือกอักเสบและรักษาการอักเสบไปพร้อมๆ กัน
NIDCR ได้อธิบายว่า มี 3 วิธีที่จะรักษาปัญหาเหงือกนอกเหนือจากการดูแลสุขภาพช่องปากตนเอง นั่นคือการเกลารากฟัน การรับประทานยา และศัลย์ปริทันต์
การเกลารากฟันคือการขูดหินปูนออกจากผิวฟันบริเวณตัวฟันและส่วนที่อยู่บนผิวรากฟันบริเวณร่องปริทันต์เพื่อให้ผิวรากฟันเรียบ ลดการเกาะของคราบหินปูน และให้เนื้อเยื่อเหงือกกลับมายึดติดกับผิวเคลือบฟันได้
การรับประทานยา ส่วนใหญ่เป็นยาฆ่าเชื้อแบคทีเรียเพื่อลดการอักเสบ ทันตแพทย์อาจสั่งยาใช้เฉพาะบริเวณที่อักเสบ เช่น น้ำยาที่ใช้ใส่ในร่องเหงือก ส่วนยาฆ่าเชื้อแบคทีเรียชนิดแคปซูลสำหรับรับประทานสามารถฆ่าเชื้อแบคทีเรียชนิดร้ายแรงได้ดีโดยไม่ส่งผลต่อเนื้อเยื่อมากนัก ทำให้รักษาปัญหาเหงือกขั้นรุนแรงได้มีประสิทธิภาพมากกว่า
ส่วนศัลย์ปริทันต์ จะทำในกรณีที่ปริทันต์อักเสบและไม่ตอบสนองต่อการรักษาแบบอื่น แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านปริทันต์จะให้ข้อมูลเพื่อทำความเข้าใจถึงประโยชน์และความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นได้ วิธีการของศัลย์ปริทันต์ ได้แก่
ผู้ที่มีความเสี่ยงต่อปัญหานี้เป็นพิเศษ ได้แก่ ผู้ที่สูบบุหรี่ ซี่ง NIDCR กล่าวว่าคนกลุ่มนี้มีความเสี่ยงที่จะเป็นปัญหาเหงือกมากกว่าคนทั่วไป และยิ่งถ้าคุณเป็นเบาหวานด้วย ก็จะมีโอกาสติดเชื้อแบคทีเรียง่ายขึ้น นั่นหมายถึงการเป็นปัญหาเหงือกมากกว่าคนปรกติด้วย ถ้าคุณรับประทานยาที่ส่งผลทำให้ปากแห้ง ควรปรึกษาทันตแพทย์เพื่อหาวิธีเพิ่มการผลิตน้ำลายในช่องปากให้มากขึ้น เพราะภาวะปากแห้งช่วยให้แบคทีเรียนั้นเจริญเติบโตได้ดียิ่งขึ้น
แม้ว่าปัญหาปริทันต์จะเป็นปัญหาที่พบได้ทั่วไปและเป็นกันได้ทุกคน แต่ถ้าทราบและเข้าใจถึงระดับความรุนแรงของปัญหาก็ช่วยให้เราดูแลและเข้ารับการรักษาได้อย่างเหมาะสมและมีประสิทธิภาพมากที่สุด
บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความเข้าใจและให้ความรู้ในเรื่องสุขภาพช่องปากทั่วไป ไม่ได้ใช้เพื่อแทนคำแนะนำ การวินิจฉัย หรือการรักษาจากผู้เชี่ยวชาญด้านทันตกรรม หากคุณมีคำถามเกี่ยวกับอาการหรือการรักษาทางการแพทย์ โปรดขอคำแนะนำจากทันตแพทย์หรือผู้ให้บริการด้านสุขภาพที่มีคุณสมบัติเหมาะสม
แบบทดสอบเกี่ยวกับสุขภาพช่องปาก
ทำแบบประเมินสุขภาพช่องปากของเราเพื่อให้กิจวัตรการดูแลช่องปากของคุณเกิดประโยชน์มากที่สุด
แบบทดสอบเกี่ยวกับสุขภาพช่องปาก
ทำแบบประเมินสุขภาพช่องปากของเราเพื่อให้กิจวัตรการดูแลช่องปากของคุณเกิดประโยชน์มากที่สุด