จุดสีดำบนเหงือกมีสาเหตุมาจากอะไร?

จุดสีดำบนเหงือกมีสาเหตุมาจากอะไร?

เหงือกมีจุดสีดําเกิดจากหลายสาเหตุและวินิจฉัยได้ยาก อย่างไรก็ตาม จุดสีดำนี้ไม่ได้หมายถึงมะเร็งหรือการเจ็บป่วยร้ายแรง จุดสีดำบนเหงือกอาจมีสาเหตุจากภายใน หรือจากภายนอก เรียนรู้ข้อควรสังเกตเมื่อเห็นจุดที่สีต่างออกไปในช่องปาก

สาเหตุจากภายใน

ผิวหนังของคุณประกอบไปด้วยเซลล์ที่เรียกว่า เมลาโนไซต์ ทำหน้าที่หลั่งเม็ดสี ทำให้เห็นเป็นสีผิว ช่องปากก็มีเม็ดสีที่ว่านี้ (เรียกว่า เมลานิน) ทำให้เกิดมีสีดำหรือน้ำตาลที่เหงือกได้ โดย สาขาผิวหนังวิทยาและโรคผิวหนังชี้ว่า เม็ดสีบนเหงือกนี้ส่วนใหญ่คงอยู่ในตำแหน่งเดิมตลอดชีวิต

อีกสาเหตุหนึ่งของจุดดำบนเหงือกคือ ความผิดปกติของเส้นเลือดแดงในเนื้อเยื่อที่เรียกว่า เนื้องอกหลอดเลือด นับว่าเป็นความผิดปกติไม่ร้ายแรงและไม่จำเป็นต้องรักษา บริเวณที่ติดเชื้อเรื้อรังจาก โรคไลเคนแพลนัสก็ทำให้เหงือกมีจุดดำได้เช่นกัน

สาขาผิวหนังวิทยาและโรคผิวหนังอธิบายว่า ความผิดปกติของต่อมไร้ท่ออย่างโรคแอดดิสัน ก็ทำให้เกิดการสร้างเม็ดสีจากเมลาโนไซต์ได้ด้วย แต่ถ้าไม่เคยพบเม็ดสีผิดปกติในช่องปากมาก่อน แล้วจู่ๆ พบจุดสีดำกระจายไปทั่วอาจเป็นสัญญาณว่ามีปัญหาที่ต่อมหมวกไต

สาเหตุจากปัจจัยภายนอก

เช่นสิ่งแปลกปลอมฝังอยู่ใต้เหงือก และทำให้เห็นเป็นจุดสีดำหลายจุด สาเหตุส่วนใหญ่เกิดจากเศษวัสดุอุดฟันอะมัลกัมเก่าซึ่งฝังเข้าไปในเนื้อเยื่อเหงือก ทำให้เป็นจุดสีน้ำเงินเข้มหรือสีดำ (บางครั้งเรียกว่า รอยสักอะมัลกัม) ซึ่งไม่จำเป็นต้องรักษา เว้นแต่เพื่อความสวยงาม

การสูบบุหรี่เป็นระยะเวลานาน ก็เป็นเมลาโนสิสกับผู้สูบบุหรี่ ทำให้เหงือกมีสีดำเข้มหรือสีน้ำตาลที่ด้านในแก้มและริมฝีปาก วารสารวิจัยสิ่งแวดล้อมและทันตสาธารณสุขนานาชาติ กล่าวว่า จุดสีเหล่านี้ส่วนใหญ่จะจางลงเมื่อ เลิกบุหรี่

มะเร็งช่องปาก

วิธีดีที่สุดที่จะป้องกัน เฝ้าระวัง และรักษาสีที่เปลี่ยนไปในช่องปากคือ ไปพบทันตแพทย์เป็นประจำเพื่อคัดกรองมะเร็งช่องปาก ทันตแพทย์จะคุ้นเคยกับเม็ดสีที่เกิดขึ้นในช่องปากคุณว่ามีการเปลี่ยนแปลงที่ผิดปรกติหรือไม่ เมื่อใดที่สังเกตเห็นจุดบนเหงือก อย่าเพิ่งตกใจ เพียงแค่ไปปรึกษาทันตแพทย์ดูก่อน

บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความเข้าใจและให้ความรู้ในเรื่องสุขภาพช่องปากทั่วไป ไม่ได้ใช้เพื่อแทนคำแนะนำ การวินิจฉัย หรือการรักษาจากผู้เชี่ยวชาญด้านทันตกรรม หากคุณมีคำถามเกี่ยวกับอาการหรือการรักษาทางการแพทย์ โปรดขอคำแนะนำจากทันตแพทย์หรือผู้ให้บริการด้านสุขภาพที่มีคุณสมบัติเหมาะสม