สุขภาพฟันที่ดีของลูก: ข้อเท็จจริงอันน่าประหลาดใจที่ผู้ปกครองควรรู้


เด็กทุกคนไม่จำเป็นต้องมีฟันผุ หากผู้ปกครองรู้เคล็ดลับ ในการปกป้องลูกจากฟันผุได้ ซึ่งจะว่าไป การดูแลสุขภาพช่องปากที่ดีให้ลูกนั้นไม่ได้ซับซ้อนอะไร หัวใจหลักคือ การแปรงฟัน ขัดฟัน และพบทันตแพทย์เป็นประจำ นอกเหนือจากข้อปฏิบัติพื้นฐานแล้ว ก็มีข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการดูแลช่องปาก 2-3 ข้อที่สามารถเปลี่ยนให้คุณแม่หรือคุณพ่อกลายเป็นสุดยอดผู้ปกครองได้

พบทันตแพทย์ครั้งแรก เมื่ออายุครบหนึ่งขวบ

ในประเทศสหรัฐอเมริกา เด็กมากกว่า 1 ใน 4 มีฟันผุก่อนอายุ 4 ขวบ เคล็ดลับข้อแรกคือ การพาเด็กพบทันตแพทย์เมื่อายุครบ 1 ขวบ เพื่อตรวจสุขภาพช่องปาก เป้าหมายปีละ 2 ครั้ง สมาคมกุมารเวชแห่งสหรัฐอเมริกาแนะนำว่าการพบทันตแพทย์เฉพาะทางเด็กตั้งแต่อายุหนึ่งขวบ เพื่อตรวจดูว่าลูกมีโอกาสเสี่ยงต่อการเกิดฟันผุหรือไม่ตั้งแต่แรกๆ เป็นสิ่งสำคัญมาก นอกจากนี้คุณยังจะได้เรียนรู้เทคนิคการดูแลสุขภาพช่องปากที่จำเป็น เช่น การแปรงฟันที่เหมาะสมกับฟันของลูก และปริมาณฟลูออไรด์ที่ลูกควรได้รับ

ฟลูออไรด์ช่วยปกป้องฟันของลูกจากภายใน

ฟลูออไรด์เป็นส่วนสำคัญที่ช่วยป้องกันฟันผุ เนื่องจากช่วยให้เคลือบฟันแข็งขึ้นและคืนแร่ธาตุให้กับฟัน เมื่อฟันสูญเสียแร่ธาตุไปเพราะกรด เมื่อทันตแพทย์แนะนำให้ใช้ยาสีฟันที่มีส่วนผสมของฟลูออไรด์ ซึ่งมักจะเริ่มใช้ในเด็กอายุประมาณ 2 ปี ควรแปรงฟันให้ลูกวันละ 2 ครั้งด้วยยาสีฟันที่มีฟลูออไรด์ การใช้ฟลูออไรด์เฉพาะที่ (ที่ได้จากยาสีฟัน น้ำยาบ้วนปาก และการเคลือบฟลูออไรด์โดยทันตแพทย์ในคลินิค) เป็นอีกทางหนึ่งที่จะป้องกันฟันผุ การรับประทานฟลูออไรด์เสริมสามารถช่วยให้ฟันแข็งแรงขึ้นได้ในเด็กจนถึงอายุ 16 ปี ฟลูออไรด์เสริมที่รับประทานเข้าไปจะอยู่ในกระแสเลือดซึ่งมีผลต่อการเสริมสร้างฟัน การดื่มน้ำที่มีฟลูออไรด์เสริมช่วยให้มีสุขภาพช่องปากที่ดีในบางชุมชน ถ้าน้ำที่คุณดื่มอยู่ไม่มีส่วนประกอบของฟลูออไรด์ ทันตแพทย์อาจแนะนำให้ใช้ฟลูออไรด์เสริมสำหรับเด็ก

สุขภาพฟันที่ดีในวัยเด็กจะส่งผลต่อสุขภาพฟันที่แข็งแรงเมื่อโตเป็นผู้ใหญ่

ฟันน้ำนมจะเริ่มหลุดเมื่อเด็กอายุประมาณ 6 หรือ 7 ปี และฟันแท้จะขึ้นมาแทนที่ อาจมีความคิดที่ว่ายังไงฟันน้ำนมก็ต้องหลุดไปจนหมดอยู่ดี ไม่น่าต้องกังวลเรื่องปัญหาฟันผุเท่าไหร่ แต่แท้จริงแล้ว การดูแลฟันน้ำนมมีความสำคัญต่อฟันแท้ที่อยู่ใต้เหงือกได้

หากคุณอยากมั่นใจว่าฟันของลูกจะมีสุขภาพดี ไม่ผุ จนกระทั่งโตเป็นผู้ใหญ่ ควรเริ่มต้นด้วยการดูแลสุขอนามัยช่องปากให้ดีเป็นประจำทุกวันและพบทันตแพทย์เป็นประจำ เพื่อสอบถามเรื่องการใช้ฟลูออไรด์อย่างเหมาะสมให้กับลูกของคุณ แค่นี้คุณก็เป็นสุดยอดผู้ปกครองที่ช่วยปกป้องรอยยิ้มของลูกน้อยให้สดใสตลอดไป







 

บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความเข้าใจและให้ความรู้ในเรื่องสุขภาพช่องปากทั่วไป ไม่ได้ใช้เพื่อแทนคำแนะนำ การวินิจฉัย หรือการรักษาจากผู้เชี่ยวชาญด้านทันตกรรม หากคุณมีคำถามเกี่ยวกับอาการหรือการรักษาทางการแพทย์ โปรดขอคำแนะนำจากทันตแพทย์หรือผู้ให้บริการด้านสุขภาพที่มีคุณสมบัติเหมาะสม

บทความอื่น ๆ ที่คุณอาจชอบ

  • การแปรงฟันและการขัดฟัน
    คุณสามารถแปรงฟันให้ลูกได้เมื่ออายุครบ 2 ขวบ แต่ควรบีบยาสีฟันปริมาณน้อย (เท่าเมล็ดถั่วเขียว) เท่านั้น เด็กเล็กมักจะชอบกลืนยาสีฟันตอนแปรงฟันและไม่ยอมบ้วนออกมา ดังนั้นจึงควรให้ลูกแปรงฟันด้วยยาสีฟันผสมฟลูออไรด์เมื่อลูกโตพอแล้วเท่านั้นและควรมีผู้ใหญ่ดูแลขณะแปรงฟัน เมื่อฟันงอกขึ้นมาชิดกันสองซี่ คุณจะต้องขัดฟันให้ลูกทันทีอย่างน้อยวันละครั้ง จะใช้ไหมขัดฟันแบบธรรมดาหรือแบบมีด้ามจับพลาสติกก็ได้

  • พบทันตแพทย์
    พ่อแม่มือใหม่มักจะถามว่า "ฉันต้องพาลูกไปพบทันตแพทย์ครั้งแรกเมื่อไหร่" คำตอบคือ คุณควรพาลูกไปพบทันตแพทย์เมื่อลูกอายุหนึ่งขวบ

การแปรงฟันเป็นเรื่องสนุก!

การแปรงฟันด้วยยาสีฟันและแปรงสีฟันสำหรับเด็กอาจจะกลายเป็นกิจกรรมแสนสนุก สำรวจผลิตภัณฑ์ของเราแล้วเลือกให้เหมาะกับลูกของคุณ