เคลือบฟันเทียม

ภาพรวม

เคลือบฟันเทียมคือเปลือกบาง ๆ ที่ผลิตจากกระเบื้องหรือสารประกอบเรซิน ใช้ครอบฟันเพื่อให้ฟันดูสวยงามเป็นธรรมชาติ เคลือบฟันเทียมสามารถใช้แก้ไขปัญหาฟันบิ่น ฟันเป็นคราบ ฟันเรียงตัวกันไม่ดี ฟันสึกหรอ ช่องว่างระหว่างฟันไม่เสมอกันหรือผิดปกติได้ วัสดุที่นิยมนำมาทำเคลือบฟันเทียมมากที่สุด ได้แก่ สารประกอบเรซินและกระเบื้อง เคลือบฟันเทียมทั้งสองชนิดจะผลิตในห้องทดลองโดยช่างผู้เชี่ยวชาญและติดเข้ากับฟันของผู้ป่วยในคลินิก ในการติดเคลือบฟันเทียมบนฟันจะต้องใช้ซีเมนต์เรซินเป็นสารยึดติด ถึงแม้ว่ากระเบื้องจะเปราะแตกง่าย แต่เมื่อติดเข้ากับฟันอย่างแน่นหนาแล้ว จะมีความทนทานและแข็งแรงมาก ทันตแพทย์อาจจะติดเคลือบฟันเทียมเสร็จภายในครั้งเดียวโดยนำเทคโนโลยี CAD/CAM มาใช้ขณะที่คุณนั่งอยู่บนเก้าอี้ทำฟัน

ประโยชน์

เคลือบฟันเทียมจะแก้ไขสีผิดปกติ บิ่น หรือผิดรูปอย่างรุนแรง และช่วยให้คุณมีรอยยิ้มที่สวยงามได้ยาวนาน นอกจากนี้ เคลือบฟันเทียมยังไม่ค่อยเกิดคราบ จึงได้รับความนิยมในหมู่ผู้ที่อยากได้รอยยิ้มสวยสมบูรณ์แบบ

การดูแลรักษา

การทำความสะอาดเคลือบฟันเทียมเหมือนกับการทำความสะอาดฟัน การขัดฟันวันละครั้งและแปรงฟันวันละสองถึงสามครั้งโดยใช้ยาสีฟันผสมฟลูออไรด์จะสามารถกำจัดเศษอาหารและคราบแบคทีเรียบนเคลือบฟันเทียมได้ ให้คุณปรึกษาทันตแพทย์เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ดูแลช่องปากที่จะช่วยให้เคลือบฟันเทียมอยู่กับคุณไปตลอดชีวิต

ขั้นตอนการรักษา

ทันตแพทย์จะสกัดผิวหน้าฟันออกไปเล็กน้อยสำหรับใส่ครอบเคลือบฟันเทียม จากนั้น ทันตแพทย์จะพิมพ์ฟันของคุณและส่งแม่พิมพ์ไปที่ห้องทดลองทางทันตกรรมเพื่อผลิตเคลือบฟันเทียมที่เหมาะกับฟันและช่องปากของคุณ แล้วจึงติดเคลือบฟันเทียมลงบนฟันโดยใช้ซีเมนต์เรซินเป็นสารยึดติด

ปกป้องรอยยิ้ม

หากอยากให้เคลือบฟันเทียมสวยงามอยู่เสมอ คุณจะต้องรักษาสุขอนามัยในช่องปากเป็นอย่างดี ลองใช้ผลิตภัณฑ์ของเราเพื่อสุขภาพปากและฟันที่แข็งแรง

  • คอลเกตโททอล® ไวท์เทนนิ่ง

    รอยยิ้มที่มั่นใจและสดใส มักจะมาพร้อมกับฟันขาวอย่างเป็นธรรมชาติ และสุขภาพช่องปากที่ดี นั่นคือเหตุผลที่ คอลเกต โททอล ไวท์เทนนิ่ง จึงมีสูตรเฉพาะพิเศษ ที่ไม่เพียงแต่ช่วยลดคราบฟันเพื่อช่วยทำให้ฟันขาวอย่างเป็นธรรมชาติเท่านั้น แต่ยังช่วยดูแลให้ช่องปากทั้งหมดของคุณให้มีสุขภาพที่ดี ด้วยการช่วยลดการสะสมของแบคทีเรียบริเวณฟัน ลิ้น กระพุ้งแก้ม และเหงือกได้ยาวนานถึง 12 ชั่วโมง* *ปกป้องแบคทีเรีย 12 ช.ม. เมื่อใช้เป็นประจำอย่างต่อเนื่อง 4 สัปดาห์ จากการศึกษาทางคลินิกในอาสาสมัครจำนวน 173 คน อายุระหว่าง 18-70 ปี ธ.ค. 2558 – มี.ค. 2559 ประเทศอินเดีย