ภาพรวม

คุณควรดูแลฟันน้ำนมของลูกน้อยเป็นอย่างดี ถึงแม้ว่าอีกหน่อยฟันน้ำนมก็จะหลุดไปเอง แต่กว่าจะถึงเวลานั้น ฟันน้ำนมจะมีบทบาทสำคัญในการช่วยให้เด็กสามารถเคี้ยว กัด และพูดชัด นอกจากนี้ ฟันน้ำนมยังสร้างพื้นที่เตรียมไว้สำหรับฟันแท้ และช่วยให้ฟันแท้งอกขึ้นมาในตำแหน่งที่เหมาะสมด้วย

ถึงแม้ว่าฟันของลูกจะยังไม่ขึ้น แต่คุณก็ควรเช็ดเหงือกของลูกด้วยอุปกรณ์นวดเหงือก ผ้าก๊อซสะอาดที่ชุบน้ำหมาด ๆ หรือผ้าขนหนู หลังจากฟันงอกแล้ว ให้คุณแปรงฟันของลูกอย่างน้อยวันละสองครั้ง โดยใช้แปรงขนนุ่มและน้ำเปล่า

ใต้ฟันน้ำนม มีรากและตำแหน่งของฟันแท้ที่กำลังงอกขึ้นมา

ผลการวิจัยชี้ให้เห็นว่า เด็กที่ฟันน้ำนมผุจะมีโอกาสเกิดฟันผุมากกว่าคนทั่วไปเมื่อเติบโตเป็นผู้ใหญ่ ดังนั้นคุณจึงควรพาลูกไปพบทันตแพทย์เพื่อตรวจฟัน การรักษาความสะอาดฟันน้ำนมของลูกนั้นสำคัญ แต่เมื่อฟันแท้งอกขึ้นมา การทำความสะอาดฟันจะกลายเป็นเรื่องที่สำคัญอย่างแท้จริง เพราะฟันเหล่านี้จะอยู่กับลูกของคุณไปจนตลอดชีวิต

ถึงจะยังเป็นเด็ก แต่ฟันของลูกก็เสี่ยงต่อภาวะและความเสียหายแบบเดียวกับของผู้ใหญ่ หากคุณเห็นว่าลูกของคุณมีโอกาสสูงที่จะเกิดฟันผุ ก็ควรลดของว่างประเภทแป้งอย่างแครกเกอร์และมันฝรั่งทอดลง และจำกัดปริมาณเครื่องดื่มที่มีน้ำตาล จำไว้ว่าการให้ลูกดื่มน้ำหวานหลายครั้งต่อวัน หรือปล่อยให้ลูกหลับไปพร้อมกับขวดนมในปากระหว่างนอนกลางวันหรือในตอนกลางคืน อาจเป็นอันตรายต่อฟันของลูกได้

การรักษาและตรวจสภาพฟันของผู้ใหญ่หลายแบบสามารถใช้กับเด็กได้เช่นกัน เช่น การเอ็กซ์เรย์ การอุดหลุมร่องฟัน การจัดฟัน เป็นต้น

ความเข้าใจ

การแปรงฟันและการขัดฟัน
คุณสามารถแปรงฟันให้ลูกได้เมื่ออายุครบ 2 ขวบ แต่ควรบีบยาสีฟันปริมาณน้อย (เท่าเมล็ดถั่วเขียว) เท่านั้น เด็กเล็กมักจะชอบกลืนยาสีฟันตอนแปรงฟันและไม่ยอมบ้วนออกมา ดังนั้นจึงควรให้ลูกแปรงฟันด้วยยาสีฟันผสมฟลูออไรด์เมื่อลูกโตพอแล้วเท่านั้นและควรมีผู้ใหญ่ดูแลขณะแปรงฟัน เมื่อฟันงอกขึ้นมาชิดกันสองซี่ คุณจะต้องขัดฟันให้ลูกทันทีอย่างน้อยวันละครั้ง จะใช้ไหมขัดฟันแบบธรรมดาหรือแบบมีด้ามจับพลาสติกก็ได้

เมื่อถึงจุดหนึ่ง ลูกของคุณจะอยากแปรงฟันด้วยตัวเอง ซึ่งคุณจะอนุญาตก็ได้ แต่ควรแปรงฟันให้ลูกอีกครั้งหนึ่งเสมอ เพราะเด็กส่วนใหญ่ยังแปรงฟันไม่เป็นจนถึงอายุ 8 ขวบ

โภชนาการ
อาหารที่ลูกของคุณรับประทานนั้นสำคัญต่อสุขภาพฟันก็จริง แต่สิ่งที่สำคัญไม่แพ้กันก็คือ ความถี่ในการรับประทาน การรับประทานขนมขบเคี้ยวบ่อย ๆ จะทำให้เด็กเสี่ยงต่อการเกิดฟันผุมากขึ้น

ฟันฟุเกิดจากการปล่อยให้อาหารที่มีน้ำตาลตกค้างอยู่ในช่องปากเป็นเวลานาน แบคทีเรียที่อาศัยอยู่บนฟันของคุณจะกินเศษอาหารเหล่านี้ และปล่อยกรดออกมาทำลายเคลือบฟัน ระหว่างมื้ออาหารหรือของว่าง น้ำลายจะชะล้างกรดเหล่านี้ออกไป แต่หากลูกของคุณรับประทานอาหารอยู่ตลอดเวลา เวลาในการชะล้างกรดเหล่านี้อาจจะไม่พอ

คนส่วนใหญ่เมื่อนึกถึงน้ำตาลก็จะนึกถึงน้ำตาลที่พบในลูกอมหรือขนมอบ แต่ที่จริงแล้วอาหารทุกชนิดต่างก็มีคาร์โบไฮเดรตที่จะแตกตัวเป็นน้ำตาลด้วยกันทั้งนั้น

พบทันตแพทย์
พ่อแม่มือใหม่มักจะถามว่า "ฉันต้องพาลูกไปพบทันตแพทย์ครั้งแรกเมื่อไหร่" คำตอบคือ คุณควรพาลูกไปพบทันตแพทย์เมื่อลูกอายุหนึ่งขวบ

เมื่อได้ยินแบบนี้ พ่อแม่มือใหม่จะแปลกใจว่าทำไมต้องพาลูกไปพบทันตแพทย์เร็วขนาดนั้น แต่ผลการศึกษาระดับประเทศชี้ให้เห็นว่าเด็กก่อนวัยเรียนฟันผุกันมากขึ้น

การสูญเสียฟันน้ำนม
เด็กทั่วไปฟันน้ำนมจะหลุดเมื่ออายุราว ๆ 6 หรือ 7 ขวบ แต่หากลูกของคุณสูญเสียฟันน้ำนมก่อนหรือหลังจากนี้ก็ไม่ได้หมายความว่าผิดปกติ ฟันน้ำนมของเด็กส่วนใหญ่จะหลุดออกตามลำดับการงอก เช่น ฟันล่างซี่หน้าจะหักก่อนเป็นอันดับแรก

การจัดฟันในเด็ก
ปัจจุบันมีเด็กจัดฟันกันมากขึ้น เด็กบางคนที่มีปัญหาเกี่ยวกับฟันจะเริ่มจัดฟันตั้งแต่ 6 ขวบ ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ฟันแท้กำลังงอกและปัญหาที่ต้องแก้ไขด้วยการจัดฟันเริ่มจะปรากฏให้เห็น และเนื่องจากขากรรไกรกำลังเจริญเติบโต จึงเป็นเวลาที่เหมาะกับการประเมินช่องปากของเด็กอย่างยิ่ง

การวางแผน

ฟันแท้จะต้องแปรงและขัดฟันเป็นประจำ โดยทันตแพทย์จะแนะนำให้ลูกแปรงฟันและขัดฟันทุกครั้งหลังรับประทานอาหาร ในการเริ่มดูแลฟันแท้ของลูกน้อยนั้น คุณจะต้องแปรงและขัดฟันให้ลูกจนกว่าจะโต และต้องใช้ยาสีฟันและแปรงสีฟันสำหรับเด็กเท่านั้น แปรงสีฟันสำหรับเด็กจะมีขนนุ่มกว่าของผู้ใหญ่และไม่ทำให้ฟันและเหงือกบาดเจ็บ นอกจากนี้ ให้คุณลองใช้ไหมขัดฟันสำหรับเด็กที่มีด้ามจับเพื่อสอนให้ลูกขัดฟันด้วยตัวเอง

เมื่อลูกอายุครบ 6 ขวบ ฟันน้ำนมจะเริ่มหลุด ดังนั้น ควรปล่อยให้ลูกโยกฟันจนกระทั่งฟันหลุดออกมาเอง ซึ่งวิธีนี้จะช่วยลดความเจ็บปวดและเลือดออกจากฟันหักได้

สิ่งที่ควรระวังอีกอย่างหนึ่งก็คือฟันผุ อาหารที่รับประทานเป็นของว่าง รวมทั้งความถี่ในการรับประทาน จะส่งผลต่อสุขภาพช่องปากของลูกน้อยอย่างมาก ต่อไปนี้คือเคล็ดลับสองสามข้อเกี่ยวกับการรับประทานของว่างและอาหาร

  • ให้ลูกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์เป็นของว่าง เช่น ผลไม้สด ผักสด และชีส

  • ซื้ออาหารที่ไม่มีน้ำตาลและไม่หวาน

  • เสิร์ฟอาหารหวานหรืออาหารประเภทแป้งร่วมกับอาหารมื้อหลักแทนที่ให้เป็นของว่าง เด็กส่วนใหญ่จะดื่มน้ำระหว่างรับประทานอาหาร ซึ่งจะช่วยชะล้างเศษอาหารออกจากฟันได้ ดังนั้น ควรให้เด็ก ๆ ดื่มน้ำระหว่างและหลังมื้ออาหารเพื่อล้างน้ำตาลที่หลงเหลืออยู่ในช่องปากออกไป

  • ให้เด็ก ๆ รับประทานอาหารว่างระหว่างวันน้อยลง

  • หลังจากรับประทานอาหารว่างเสร็จแล้ว อย่าลืมดูแลให้ลูกแปรงฟันด้วย ถ้าทำไม่ได้ ควรให้ลูกบ้วนปากหลาย ๆ ครั้งแทน

  • หากลูกเคี้ยวหมากฝรั่ง ควรเลือกหมากฝรั่งปราศจากน้ำตาลที่ใช้ไซลิทอลเป็นสารให้ความหวาน

การแปรงฟันเป็นเรื่องสนุก!

การแปรงฟันด้วยยาสีฟันและแปรงสีฟันสำหรับเด็กอาจจะกลายเป็นกิจกรรมแสนสนุก สำรวจผลิตภัณฑ์ของเราแล้วเลือกให้เหมาะกับลูกของคุณ

  • คอลเกต® ยาสีฟันสำหรับเด็ก บาร์บี้

    คอลเกต ยาสีฟันสำหรับเด็ก บาร์บี้ - มีปริมาณแคลเซี่ยมและส่วนผสมของฟลูออไรด์ที่เหมาะสำหรับเด็ก ปราศจากส่วนผสมของน้ำตาล และมีรสชาติที่เด็กๆชื่นชอบ
  • คอลเกต® ยาสีฟันสำหรับเด็ก สไปเดอร์แมน

    คอลเกต ยาสีฟันสำหรับเด็ก สไปเดอร์แมน - มีปริมาณแคลเซี่ยมและส่วนผสมของฟลูออไรด์ที่เหมาะสำหรับเด็ก ปราศจากส่วนผสมของน้ำตาล และมีรสชาติที่เด็กๆชื่นชอบ