สุขภาพปากและฟันและสุขภาพโดยรวมของผู้หญิง

สุขภาพปากและฟัน กับสุขภาพโดยรวมมีความเชื่อมโยงกันหรือไม่
รายงานจาก Surgeon General's Report ในเรื่องสุขภาพปากและฟันระบุว่า สุขภาพปากและฟันที่ดีเป็นสิ่งสำคัญต่อสุขภาพกายที่ดี โดยเฉพาะกับผู้หญิง มีงานวิจัยมากขึ้นแสดงให้เห็นถึงความเชื่อมโยงของปัญหาเหงือกต่อปัญหาทางสุขภาพอื่น ๆ ของผู้หญิง เนื่องจากปัญหาเหงือกเป็นการติดเชื้อแบคทีเรีย จึงสามารถเข้าไปในกระแสเลือด และเป็นสาเหตุของปัญหาอื่น ๆ:

  • ปัญหาหัวใจ: ผู้ที่มีปัญหาเหงือกมีโอกาสเสี่ยงต่อปัญหาหัวใจ และหัวใจวายได้มากกว่าถึง 2 เท่า ปัญหาหัวใจเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับหนึ่งของหญิงอเมริกัน1
  • เส้นเลือดในสมองแตก หรือ อุดตัน: งานวิจัยค้นพบว่าการติดเชื้อทางปากเพิ่มโอกาสเสี่ยงต่อปัญหาเส้นเลือดในสมองแตก หรือ อุดตัน 2
  • เบาหวาน: ผู้ที่เป็นเบาหวานมีโอกาสเป็นปัญหาเหงือกสูง และเป็นการยากกว่าที่จะรักษาระดับน้ำตาลในเลือด ปัญหาเหงือกก็ยังเป็นสาเหตุของเบาหวานได้เช่นกันแม้กระทั่งในผู้ที่แข็งแรง3
  • ปัญหาของระบบทางเดินหายใจ: แบคทีเรียที่เจริญเติบโตจากฟันผุสามารถเดินทางไปยังปอด และก่อให้เกิดปัญหาทางเดินหายใจเช่น ปอดบวม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในผู้ที่เป็นปัญหาเหงือก 4
  • ผลต่อการตั้งครรภ์: หญิงมีครรภ์ที่เป็นปัญหาเหงือกมีความเสี่ยงที่ทารกจะเกิดก่อนกำหนดและมีน้ำหนักตัวน้อย ปัญหาเหงือกอาจทำให้เกิดการเพิ่มของระดับสารคัดหลั่งและกระตุ้นให้เกิดการคลอด4

เนื่องจากปัญหาเหงือกมักจะไม่มีความเจ็บปวด ผู้หญิงหลาย ๆ คนจึงอาจไม่รู้ว่าตนเองกำลังเป็นจนกระทั่งปัญหาเหงือกได้รุกลามเป็นขั้นร้ายแรง ปราการที่ดีที่สุดคือ การแปรงฟันและใช้ไหมขัดฟันทุกวัน ตลอดจนพบทันตแพทย์สม่ำเสมอ

สุขภาพปากและฟันของเราต้องการความเปลี่ยนแปลงอย่างไรบ้างตลอดระยะเวลาของชีวิต 
ผู้หญิงต้องการการดูแลสุขภาพปากและฟันเป็นพิเศษในบางช่วงเวลาของชีวิต การเปลี่ยนแปลงในระดับฮอร์โมนในช่วงวัยเจริญพันธุ์ ช่วงมีประจำเดือน ช่วงตั้งครรภ์ และช่วงหมดประจำเดือนจะส่งผลอย่างมากต่อการที่เหงือกมีปฏิกิริยาต่อแบคทีเรีย ดังนั้นในช่วงเวลาเหล่านี้ ผู้หญิงจึงต้องระมัดระวังเป็นพิเศษในการแปรงฟันและใช้ไหมขัดฟันทุกวันเพื่อป้องกันปัญหาเหงือก

ข้อมูลสำคัญที่ควรรู้:

  • ช่วงมีประจำเดือน — ผู้หญิงบางคนอาจพบว่าเหงือกมีอาการบวมและมีเลือดออกก่อนมีประจำเดือน ในขณะที่บางคนอาจมีอาการปากแห้งแตก หรือมีแผลร้อนใน อาการเหล่านี้มักจะหายไปเมื่อประจำเดือนมา
  • ยาคุมกำเนิด -- เหงือกบวมแดงเป็นผลข้างเคียงที่พบได้บ่อยจากยาคุมกำเนิด
  • การตั้งครรภ์ — งานวิจัยพบว่า หญิงมีครรภ์หลายคนมีอาการเหงือกอักเสบระหว่างตั้งครรภ์จากการที่คราบแบคทีเรียสะสมที่ฟันและระคายเคืองที่เหงือก อาการที่พบคือ เหงือกบวมแดงและมีเลือดออก การดูแลก่อนการคลอดจึงเป็นสิ่งสำคัญมาก
  • ช่วงหมดประจำเดือน — อาการทางปากและฟันที่พบในช่วงนี้คือ เหงือกบวมแดง อาการเจ็บและไม่สบายในช่องปาก ปากร้อน การรับรู้ผิดปกติ และปากแห้ง
  • กระดูกพรุน — หลายงานวิจัยพบความสัมพันธ์ระหว่างปัญหากระดูกพรุนและการสูญเสียกระดูกในขากรรไกร นักวิจัยชี้ว่า นี่อาจเป็นสาเหตุของการสูญเสียฟัน เนื่องจากความหนาแน่นของกระดูกที่รองรับฟันลดลง และเมื่อรวมกับปัญหาเหงือก อาการกระดูกพรุนจึงเป็นตัวเร่งให้เกิดการเสียกระดูกบริเวณฟัน

1National Women's Health Resource Center, February, 2000. 
2The American Academy of Periodontology, June 5, 2000.
3The American Academy of Periodontology, January 17, 2001. 
4The American Academy of Periodontology, May 15, 2000.

11/15/2010

บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความเข้าใจและให้ความรู้ในเรื่องสุขภาพช่องปากทั่วไป ไม่ได้ใช้เพื่อแทนคำแนะนำ การวินิจฉัย หรือการรักษาจากผู้เชี่ยวชาญด้านทันตกรรม หากคุณมีคำถามเกี่ยวกับอาการหรือการรักษาทางการแพทย์ โปรดขอคำแนะนำจากทันตแพทย์หรือผู้ให้บริการด้านสุขภาพที่มีคุณสมบัติเหมาะสม

บทความอื่น ๆ ที่คุณอาจชอบ

ปัญหาสุขภาพเหงือกปานกลางถึงรุนแรง – หากคุณละเลยไม่แปรงฟันหรือขัดฟัน หรือไม่ไปทำความสะอาดฟันเป็นประจำ คราบจุลินทรีย์และหินปูนก็จะสะสมอยู่บนฟัน และหากปล่อยทิ้งไว้โดยไม่รักษา ก็อาจจะทำให้กระดูกขากรรไกรและโครงสร้างพยุงฟันเสียหายจนไม่อาจเยียวยาได้ ฟันของคุณจะเริ่มโยก ซึ่งหากปล่อยไว้ต่อไป คุณอาจจะต้องเข้ารับการผ่าตัดทางทันตกรรม

มะเร็งในช่องปาก – ข้อมูลจากสถาบันวิจัยทางทันตกรรมและกะโหลกศีรษะและใบหน้าแห่งชาติ (National Institute of Dental and Craniofacial Research) ระบุว่าผู้ชายอายุ 40 ปีขึ้นไปเสี่ยงต่อการเป็นปัญหามะเร็งในช่องปากมากที่สุด ประชาชนราว 43,000 คนได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นมะเร็งในช่องปาก ลิ้น หรือลำคอ โดย ACS ได้ประมาณว่ามีคน 7,000 คนเสียชีวิตเพราะมะเร็งเหล่านี้ การสูบบุหรี่และการดื่มแอลกอฮอล์เพิ่มความเสี่ยงในการเป็นปัญหามะเร็งในช่องปาก ซึ่งส่วนใหญ่จะตรวจพบโดยทันตแพทย์ตอนที่ผู้ป่วยไปตรวจสุขภาพฟันตามปกติ3

วัสดุอุดฟันแตกหัก – วัสดุอุดฟันจะมีอายุการใช้งานประมาณ 8-10 ปี แต่บางครั้งก็อาจอยู่ได้นานถึง 20 ปีขึ้นไป เมื่อวัสดุอุดฟันในช่องปากของคุณเริ่มแตกหัก อาหารและแบคทีเรียอาจจะเข้าไปติดอยู่ข้างล่าง ทำให้ฟันผุลามลงลึกลงไปด้านในตัวฟัน ส่งผลเสียต่อเส้นประสาท จนคุณอาจจะต้องรักษาคลองรากฟัน หากโครงสร้างฟันแตกหักไปตามวัสดุอุดฟัน ทางเลือกเดียวที่คุณมีคือ ครอบฟันทั้งซี่และรักษาคลองรากฟันเพื่อบูรณะฟันซี่นั้น

ดูแลรักษาฟันให้สะอาดอยู่เสมอด้วยการทำความช่องปากให้เป็นกิจวัตร

การดูแลสุขภาพช่องปากจนเป็นนิสัยถือเป็นเรื่องสำคัญหากคุณต้องการให้ช่องปากมีสุขภาพดี ลองใช้ผลิตภัณฑ์ของเรามาช่วยดูแลสุขภาพช่องปากของคุณ